สนุนจากตระกูลขุนนางเหล่านี้สำหรับทำสงครามต่อไป
หากตระกูลเหล่านี้ถอนกำลังทางทหาร แม่ทัพฟ่านจะกลายเป็นแม่ทัพตัวเปล่า
แต่เพราะราชสำนักมีบุรุษที่อาศัยเส้นสายมากมายแต่ไร้ซึ่งความสามารถ ชิ่งไหวเลยเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ทัพฟ่าน ท่านเห็นด้วยกับชิ่งไหวเรื่องการมอบกองทัพเถี่ยหลินให้กับคนแปลกหน้าที่พบในชนบทได้อย่างไร”
เมื่อเห็นว่าแม่ทัพฟ่านเงียบ จางฉีเวย แม่ทัพกองทัพเต๋อหนิงก็ลุกขึ้นยืนและเอ่ย “หากไม่มีผู้อื่นแล้วจริง ๆ ให้ข้ารับไว้ก็ได้”
เขาอยากเข้าไปดูแลกองทัพเถี่ยหลินมานานแล้ว แต่ครั้งก่อนเขาสู้เหอหมิงชินไม่ได้
“หากมอบหมายให้เจ้าดูแล เจ้าจะสามารถปกป้องชิงสุยกู่ได้หรือ?”
แม่ทัพฟ่านเป็นกังวลและเอ่ยด้วยความโกรธ “หลังจากชาวตั่งเซี่ยงล่าถอยออกไปแล้ว ข้าให้เจ้านำกองทัพเต๋อหนิงไปปกป้องชิงสุยกู่ดีหรือไม่”
“ข้า..”
จางฉีเวยกลัวเกินกว่าจะตอบคำถามนี้
ล้อเล่นหรือ? ชิงสุยกู่เป็นทางผ่านแรกของการผ่านไปยังทางใต้ของชาวตั่งเซี่ยง แม้แต่กองทัพเถี่ยหลินก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้ หากกองทัพเต๋อหนิงของเขาไปเฝ้าทางผ่านนั่น พวกเขาจะไม่ตายกันหมดหรือ?
“ท่านแม่ทัพใหญ่ โปรดอย่าเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์เลย ตอนนี้ชาวตั่งเซี่ยงยึดชิงสุยกู่ได้แล้ว เราควรทำอย่างไรดี?”
แม่ทัพผู้ไร้ประโยชน์ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับจางฉีเวยเปิดปากเพื่อช่วยสหาย
“ใช่แล้วแม่ทัพฟ่าน ท่านควรคิดหาวิธีการตอบโต้โดยเร็ว”
แม่ทัพคนอื่น ๆ ก็เอ่ยออกมาเช่น