ายกองไปทางตะวันตกเพื่อต่อสู้กับชาวต้าสือ แต่ยังมีกองทหารม้าสองสามกองที่ยังมาไม่ถึง
จุดประสงค์หลักของตั่งเซี่ยงสำหรับการเดินทางไปทางใต้คือการปล้น หลี่จี้ขุยจึงเตรียมเกวียนขนาดใหญ่จำนวนมากสำหรับลากของที่จะเอากลับไป
เกวียนเคลื่อนตัวได้อย่างเชื่องช้า ดังนั้นรีบออกเดินทางจะเป็นการดีกว่าหากต้องรอทหารม้าอีกสามพันชีวิต
สงครามทางตะวันตกสิ้นสุดลงแล้ว และกองทหารม้าอื่น ๆ ก็คงจะทยอยมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“ทหารม้าเคลื่อนตัวได้เร็วมาก พวกเขาตามเราทันอยู่แล้ว”
หลี่จี้ขุยกล่าวอย่างไม่คิดจะใส่ใจ
กุนซืออยากจะพูดบางอย่าง แต่เมื่อได้ยินทูตด่วนหงหลิงหยุดอยู่หน้ากระโจม พวกเขาก็หยุดและวางแผนที่จะใช้เวลาช่วงเย็นลองเกลี้ยกล่อมหลี่จี้ขุยอีกครั้ง
หงหลิงรีบเข้าไปในกระโจมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะทันได้เอ่ยอะไร หลี่จี้ขุยก็ถามขึ้นก่อน
“มีคนจากกองทัพเถี่ยหลินหลบหนีไปกี่ชีวิต? พวกเขาจับชิ่งไหวได้หรือไม่?”
“เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ เกิดเหตุฉุกเฉินกับทหารแนวหน้า กองกำลังของเหย่ลี่สยงถูกกองทัพเถี่ยหลินล้อมไว้ที่ชิงสุยกู่ ทหารของเราล้มตายไปเป็นจำนวนมาก!”
หงหลิงพูดอย่างกังวล
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? เหย่ลี่สยงถูกปิดล้อมโดยกองทัพเถี่ยหลินที่ชิงสุยกู่อย่างนั้นหรือ! อีกทั้งยังมีทหารล้มตายจำนวนมาก!?”
หลี่จี้ขุยและนายทหารชั้นสูงคนอื่น ๆ นึกว่าพวกเขาได้ยินผิด
มีเพียงกุนซือเท่านั้นที่ยังพอมีสติ เขาคว้าตัวหงหลิงแล้วพูดอย่างร้อนใจว่า “