เหล่าคนลากเรือคว้าเชือกป่านเส้นหนาขึ้น จากนั้นคนลากเรือคนหนึ่งก็นำเชือกป่านพาดบ่าเอาไว้ ก่อนจะคว้าเชือกที่มีอยู่ก่อนหน้านี้และเริ่มปีนป่าย
คนลากเรือที่เหลือคว้าเชือกเส้นเดิมผูกเข้ากับบ่วงเชือกของตนและตามชายคนเมื่อครู่ที่นำขึ้นไปก่อน
เป็นอย่างที่เจิ้งฟางพูด ระหว่างที่ปีนหน้าผา มือเท้าอันหยาบกร้านไม่ระมัดระวังของบุรุษนั้นทำให้พวกเขาลื่นล้มหลายครั้ง โชคดีที่ใช้มือจับเชือกเอาไว้ ไม่เช่นนั้น คงได้ตกลงไปในน้ำที่ไหลเชี่ยวเป็นแน่
หลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งเค่อ ในที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็ขึ้นไปบนหน้าผา
จากนั้นเหล่าคนเรือก็ปลดเชือกออกจากตัว วิ่งไปด้านหน้าประมาณเจ็ดจั้ง และนำเชือกนั้นไปพันรอบต้นไหม้ใหญ่สองรอบ ส่วนเชือกที่เหลือก็ทิ้งลงน้ำ
ปกติบนเชือกถักจะมัดปมเอาไว้ เมื่อเชือกไหลตามกระแสน้ำไปยังจุดที่พวกเขาต้องการ คนลากเรือก็จะนำเชือกบ่วงร้อยไว้ใต้ปมและกระตุกให้แน่นเพื่อให้เชือกสองเส้นต่อกัน จากนั้นก็ทิ้งเชือกลงแม่น้ำอีกครั้ง
“พวกเขากำลังทำอะไร?”
หม่านชางเกาหัวและถามออกมา
“ทางนี้อันตรายเกินไป ไม่มีทางให้เดินเท้า พวกเขาจำเป็นต้องยึดเชือกสองเส้นเข้าด้วยกันเพื่อให้มันยาวขึ้น”
เจิ้งฟางอธิบาย “ท่านอาจารย์ จับไว้แน่น ๆ ระวังจะตกลงไป”
จินเฟิงรีบเอามือคว้าราวที่อยู่ตรงหน้า
เชือกเส้นยาวไหลไปตามแม่น้ำที่พวกเขาผ่านมาเมื่อครู่
สตรีที่รออยู่ด้านล่างคว้าเชือกที่ลอยมาตามน้ำเอาไว้และผูกเข้ากับเชือกเส้นเดิม
หลังจากแน่