ัพออกรบมาที่เว่ยโจวแห่งนี้ด้วยตนเอง”
“แม่ทัพฟ่านมาแล้ว ในที่สุดท่านโหวก็มีพื้นที่ให้แสดงความสามารถเสียที ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ทำคุณงามความดีแต่โดนพวกคนประจบประแจงใส่ความ”
“หวังว่าแม่ทัพฟ่านจะขับไล่ชาวตั่งเซี่ยงออกไปได้ มิเช่นนั้นในปีหน้าภาษีจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”
“ท่านโหวเลื่อนยศให้เจ้าเป็นนายร้อยแล้วไม่ใช่หรือ ครอบครัวของเจ้าไม่ต้องเสียภาษี แล้วเจ้ากังวลอะไร?”
“ครอบครัวข้าไม่ต้องเสียภาษีแต่ญาติของข้ายังต้องจ่าย หากพวกเขาอยู่ไม่ได้ก็ต้องมาขอความช่วยเหลือจากครอบครัวข้าอยู่ดี”
เจิ้งฟางส่ายหัวด้วยความทุกข์ใจ
การต่อสู้ระหว่างต้าคัง ตั่งเซี่ยง และชี่ตัน เกี่ยวข้องกับบรรณาการประจำปีที่ต้องจ่าย
สุดท้ายประชาชนตาดำ ๆ ก็ต้องมาร่วมรับผิดชอบข้อตกลงที่ตนเองไม่มีส่วนตัดสินใจตั้งแต่แรก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั่งเซี่ยงและชี่ตันเรียกร้องเครื่องบรรณาการประจำปีที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ภาษีที่ประชาชนต้องแบกรับจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้คนในต้าคังจึงเกลียดชาวตั่งเซี่ยงและชี่ตันเข้าไส้
ขบวนของท่านโหวหนุ่มเดินทางเข้าสู่เมืองเว่ยโจวได้อย่างราบรื่นเพราะแผ่นป้ายประจำตัวชิ่งไหว
บนถนนไม่มีร้านค้าเปิดแม้แต่ร้านเดียว นาน ๆ ครั้งถึงจะเห็นผู้คนเดินผ่านไปอย่างเร่งรีบ
บางครั้งก็จะเห็นทหารกลุ่มสองกลุ่มรีบเร่งเข้ามาเปลี่ยนเวรยืนป้องกันบนกำแพง
ชิ่งไหวประจำการอยู่ที่แนวชายแดนนอกเมืองเว่ยโจวมานานกว่าหนึ่งปีจึงมีที่พัก