แต่เนิ่น ๆ แล้ว เป็นห้องพักที่ดีที่สุดบนเรือลำนี้”
จินเฟิงคิดถึงนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลในยุคหลัง และอดไม่ได้ที่จะเสียใจแทนพวกพ่อค้าที่อาศัยอยู่ในยุคนี้
พ่อค้าเกลือไม่กล้าแม้แต่จะโกหก เขาสละห้องโดยสารที่ดีที่สุดบนเรือไป จินเฟิงและชิ่งไหวจึงได้พักอย่างสุขสบายในห้องเดี่ยว ขณะที่หม่านชางและนายทหารคนอื่น ๆ อยู่ห้องรวมแบบสี่คน
หลังจากได้รับคำสั่งจากชิ่งไหวให้ออกเรือ ชายร่างท้วมก็ตะโกนออกคำสั่งอย่างตื่นเต้น “ถอนสมอ เตรียมออกเรือ!”
“ถอนสมอแล้ว! ออกเรือได้!”
คนลากเรือที่อยู่บนฝั่งตะโกน จากนั้นเรือไม้ก็เริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ
“ผ้าขาวยาวสามฉื่อ เฮ้! ป่านสี่ตำลึงเงิน เฮ้! เท้าเหยียบหิน เฮ้! มือขุดทราย เฮ้! กายเปลือยเปล่า เฮ้! มุ่งหน้าไป เฮ้!…”
บรรดาคนลากเรือต่างก็ร้องเพลงปลุกใจอย่างพร้อมเพรียงกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่จินเฟิงได้นั่งเรือไม้ที่มีมนุษย์ลาก ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นไปยังดาดฟ้าเรือเพื่อดูภาพเบื้องล่าง
ริมฝั่งแม่น้ำทางซ้าย มีชายผิวคล้ำราว ๆ สามสิบคน พวกเขาอยู่ในสภาพล่อนจ้อน คาดผ้าฝืนกว้างขนาดเท่าฝ่ามือไว้บนบ่า พร้อมโน้มตัวไปด้านหน้าเพื่อลากเชือกที่ผูกไว้กับเรือ
“เหตุใดพวกเขาจึงไม่สวมใส่เสื้อผ้า? ด้านหลังยังมีสตรีอีกสองคนนะ พวกเขาไม่คิดจะปิดบังหน่อยหรือ”
หม่านชางที่เพิ่งเคยนั่งเรือเป็นครั้งแรกก็ขึ้นไปยังดาดฟ้าเรือเช่นกัน
เมื่อเห็นคนลากเรือร่างกายเปลือยเปล่าก็รู้สึกประหลาดใจ
[1] จงหยวน : แปลตรงตัวว่