ิ้มพร้อมเอ่ยชื่นชม
“ตงตงเป็นคนช่วยข้าปรับแก้”
กวานเสี่ยวโหรวพูดด้วยความเขินอาย “ครอบครัวของนางทำกิจการสิ่งทอ นางเรียนรู้เรื่องงานเย็บปักถักร้อยตั้งแต่เด็ก และชุดนี้นางก็เป็นคนทำให้เจ้า”
จินเฟิงเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามเบี่ยงหัวข้อสนทนาไปหาถังตงตงอีกครั้ง จึงรีบขัดจังหวะและเอ่ย “ตอนที่ข้าไม่อยู่ ลงกลอนโรงตีเหล็กเอาไว้ให้ดี อย่าให้ผู้อื่นเข้าไปยุ่มย่าม ส่วนเรื่องโรงงานก็ให้ตงตงเป็นผู้ดูแล หากมีเรื่องอะไรก็บอกพี่เหลียงได้ตลอด”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เมื่อกวานเสี่ยวโหรวได้ยินจินเฟิงพูดเรื่องจริงจัง นางจึงหยุดพูดถึงผู้อื่นและโน้มตัวเข้าไปในอ้อมแขนของเขาเงียบๆ “สามี ข้ารู้ว่าเจ้ามีเรื่องใหญ่ที่ต้องทำ และข้าก็ไม่สามารถรั้งเจ้าไว้ได้ แต่ขอให้จำเอาไว้ว่าข้ายังรอเจ้าอยู่ที่บ้าน”
“เจ้าวางใจเถิด ข้ากับหม่านชางร่วมออกทัพด้วยครั้งนี้ เพียงเพื่อตามท่านโหวไปดูงานสนามรบเท่านั้น พวกข้าติดตามท่านโหวไปในฐานะผู้ดูแลไม่ใช่นายทหาร หากมีอันตรายอะไรเกิดขึ้น ข้าจะเป็นคนแรกที่วิ่งหนี”
จินเฟิงพูดปลอบใจภรรยา
“สามีคงพูดปลอบใจข้าสินะ เกรงว่าเมื่อมีอันตรายเจ้าจะรีบวิ่งออกไปเผชิญคนแรกมากกว่า?”
กวานเสี่ยวโหรวพูด “ครั้งก่อนที่พบเสือก็เป็นเช่นนี้ วันนี้ตอนที่ออกไปปราบโจรก็เช่นกัน…”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าวันนี้ข้าไปปราบโจร?”
จินเฟิงขมวดคิ้ว “เจิ้งฟางบอกเจ้าหรือ?”
เจิ้งฟางนี่ปากไม่มีหูรูดเสียจริง
“ไม่ใช่พี่ใหญ่เจิ้ง แต่เป็นการคาดเด