างหน้าแปรงฟันให้จินเฟิง
ต้าคังไม่มีแปรงสีฟัน ดังนั้นจึงต้องใช้ก้านต้นหลิวจิ้มเกลือแทน
ตอนแรกจินเฟิงก็ไม่ชิน แต่ตอนนี้เขาปรับตัวได้แล้ว
เมื่อชายหนุ่มออกจากห้อง เขาก็ไปรวมตัวกับเหล่าทหารในพื้นที่โล่งของลานบ้าน
หลิวเสิ่นจับมือจงอู่และอธิบายบางอย่าง
ในขณะที่ถังตงตงยืนอยู่ตรงมุมห้องแล้วมองไปที่จินเฟิงด้วยความกระวนกระวาย เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามานางก็รีบเอ่ย
“จินเฟิง เจ้าเป็นบัณฑิต ไม่ใช่ทหาร เมื่อไปถึงสนามรบอย่าหุนหันพลันแล่นออกไปล่ะ…”
ตาของถังตงตงแดงเล็กน้อย นางเอ่ยกับจินเฟิงเบา ๆ
“เจ้าวางใจเถิด”
ชายหนุ่มมองดูถังตงตงอย่างชื่นชมในใจ “ตงตง เจ้าเป็นหญิงฉลาด ตอนที่ข้าไม่อยู่ข้าฝากเจ้าช่วยเสี่ยวโหรวดูแลโรงงาน และเสี่ยวเอ๋อด้วยนะ”
“ข้าจะช่วยดูแลให้”
ถังตงตงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
จางเหลียงเดินเข้ามาพร้อมกับจางหม่านชางและฟางเหลย หลังจากอธิบายข้อควรระวังต่าง ๆ แล้ว เขาก็ดึงตัวจินเฟิงออกไป “ข้าฝากหม่านชางด้วย เมื่อไปถึงชายแดน หากเขาไม่เชื่อฟัง เจ้าก็จัดการได้เลย”
“ข้ารู้”
“ยังมีอีกเรื่อง จางเหลียงชี้ไปที่ชายผิวเข้มอีกครั้ง” ชีวิตของเหล่าเฮยลำบากมามาก ข้าอยากให้เขาไปช่วยงานเจ้าที่เตาเผา เจ้าคิดเห็นอย่างไร?
“ไม่มีปัญหา เรื่องนี้พี่เหลียงตัดสินใจได้เลย”
จินเฟิงกล่าวว่า “ข้าพูดกับเสี่ยวโหรวและตงตงแล้ว ตอนที่ข้าไม่อยู่พี่เหลียงไม่ต้องออกไปส่งของนะ รบกวนพี่คอยช่วยอยู่ดูที่บ้านที”
“เฟิงจื่อ เจ้าวางใจเถิด ต