“ช่างเถิด ข้าเก็บวิชาเหล่านี้ไว้ในมือดีกว่า”
จินเฟิงส่ายศีรษะพร้อมปฏิเสธข้อเสนอของชิ่งไหว
การจะได้เงินจากราชสำนักมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ?
หากได้น้อยก็คงเสียเปรียบ สู้เปลี่ยนเป็นจี้หยกดีกว่า เพราะคนตัวเล็ก ๆ อย่างเขาไม่รู้ว่าจะมีสิทธิ์ต่อรองเงื่อนไขสูง ๆ เช่นนั้นหรือเปล่า
ส่วนเรื่องการเข้าไปทำงานในสำนักช่างหลวง จินเฟิงไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน
ในชีวิตที่แล้วเขาหักโหมทำงานให้คนอื่นจนต้องมาตาย ชีวิตนี้เมื่อมีโอกาสได้เป็นนายตัวเองแล้ว เขาจะไม่โง่ไปทำงานอย่างนั้นอีก
“แล้วท่านอาจารย์อยากได้สิ่งใด ท่านบอกข้ามาตามตรงเถิด”
ท่านโหวหนุ่มยังไม่ยอมแพ้ “ถึงแม้ว่าข้าจะจ่ายให้ท่านอาจารย์ไม่ไหว แต่ข้าสามารถรายงานต่อราชสำนักได้ ข้าสามารถทำให้ท่านอาจารย์พึงพอใจได้!”
“เรื่องนี้…”
จินเฟิงครุ่นคิดกับตัวเองสักพัก จากนั้นเขาก็เอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก “หากข้ายอมจำนนต่อสิ่งที่ท่านเสนอ ข้าสามารถขึ้นเป็นขุนนางได้หรือไม่? เป็นขุนนางระดับต่ำที่สุดก็ได้”
เขาเติบโตมาภายใต้ธงแดงและได้รับการศึกษาในยุคปัจจุบันมาหลายปี นอกเหนือจากวันส่งท้ายปีเก่ากับวันบูชาบรรพบุรุษเขาก็ไม่เคยคุกเข่าก้มหัวให้ใคร โดยปกติชายหนุ่มจะรู้สึกรังเกียจพิธีกรรมการคุกเข่าในยุคศักดินานิยมเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากสังคมศักดินามีลำดับขั้นมากเกินไป ในฐานะประชาชนคนธรรมดา พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือกและทำได้เพียงก้มหน้าคุกเข่าเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ผู้สูงศักดิ