จางเหลียง แต่ลากเขาเข้าไปในโรงตีเหล็กแทน
“พี่เหลียง อย่าบอกนะว่าท่านโหวผู้นี้จะปักหลักอยู่ที่นี่?”
“ท่านโหวบอกว่าต้องการที่จะอยู่ต่อเพื่อรอดูเตาเผาของเจ้า เขาสนใจเตาเผาอิฐที่เจ้าสร้างขึ้นไม่น้อย ท่านโหวบอกว่ามันแตกต่างจากเตาเผาอิฐที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้”
“เขามีตำแหน่งเป็นถึงท่านโหว? เหตุใดจึงใช้ชีวิตได้อิสระเสรีเช่นนี้เล่า?”
จินเฟิงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
เมื่อมีผู้ชายคนนี้อยู่ข้าง ๆ บัณฑิตหนุ่มรู้สึกเหมือนตนเองถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลาจนไม่สามารถทำอะไร ๆ ได้อย่างอิสระ
“เมื่อปีที่แล้วท่านโหวแพ้สงครามจึงถูกกรมกลาโหมคาดโทษ อำนาจทางการทหารก็ถูกส่งมอบให้ฝ่ายนั้นไปเช่นกัน ตอนนี้จึงยังไม่มีหน้าที่ทางการที่ต้องรับผิดชอบ”
เมื่อเอ่ยมาถึงจุดนี้จางเหลียงก็โกรธมาก “กองทัพเถี่ยหลินของท่านโหวมีเพียงห้าพันนาย แต่ศัตรูมีถึง สามหมื่นชีวิต อีกทั้งยังมีทหารม้าถึงหกพันนาย เช่นนั้น ท่านโหวจะชนะได้อย่างไรเล่า?”
“การที่เขาสามารถสกัดทัพศัตรูได้สิบวันสิบคืนก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว ไม่รู้ว่าข้าราชการกรมกลาโหมคิดได้อย่างไรถึง…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว!”
จินเฟิงขัดจังหวะจางเหลียง “เรื่องนี้พูดภายในบ้านไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าออกไปพูดข้างนอกเชียว ไม่เช่นนั้นมันจะสร้างปัญหาให้กับท่านโหวของท่านแน่! การดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาถือเป็นอาชญากรรมใหญ่”
เมื่อจางเหลียงได้ยินสิ่งนี้ เขาก็หยุดพูดอย่างรวดเร็ว
“อย่างไรก็ตาม ท่านโห