้ยินเรื่องนี้ต้องดีใจเป็นแน่
“ข้าเคยร่ำเรียนหนังสือมาบ้าง”
หากไปสอบถามเรื่องนี้ที่ซีเหอวาน แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็รับรู้ จินเฟิงจึงไม่ได้ปฏิเสธ เขาพยักหน้ายอมรับและเอยถามว่า “ใต้เท้า ข้ายังไม่ได้ถามท่านเลย ท่านตามหาพวกข้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
“คุณชายจากเรือนชิ่งเฟิงได้ซื้อเสือตัวที่พวกเจ้าฆ่า เขาชื่นชมชมวีรบุรุษผู้ฆ่าเสือและต้องการพบกับคนผู้นั้น ทว่าครั้งก่อนกว่าพวกข้าจะไปถึงโรงเตี๊ยม พวกเจ้าก็กลับไปเสียแล้ว”
เจ้าหน้าที่ตอบด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายจากเรือนชิ่งเฟิง?”
จินเฟิงมองไปที่หลิวเถี่ยด้วยความงุนงง
หลิวเถี่ยเองก็งุนงงเช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่รู้จักว่าเรือนชิ่งเฟิงคืออะไร
“วีรบุรุษไม่รู้หรือ คุณชายแห่งเรือนชิ่งเฟิงเป็นถึงท่านโหว อีกทั้งยังเป็นแม่ทัพใหญ่อีกด้วย เขาชอบที่จะผูกมิตรกับผู้ที่มีความสามารถ”
เจ้าหน้าที่โค้งคำนับให้กับจินเฟิง “วีรบุรุษผู้มีทักษะทั้งบุ๋นและบู๊ หากท่านได้ติดตามท่านโหวจะต้องมีอนาคตอันรุ่งเรืองเป็นแน่”
ไม่ว่าในอนาคตจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับจินเฟิง ตอนนี้เขาพูดดีกับอีกฝ่ายไว้ปลอดภัยที่สุด
หากบัณฑิตผู้นี้มีความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ก็ถือได้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
เมื่อจินเฟิงได้ยินสิ่งนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
หากเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับท่านโหวอะไรนั่นเลย
ในยุคศักดินานี้ไร้ซึ่งสิทธิมนุษยชน ขุนนางจำนวนมากไม่ได้เห็นหัวประชาชน