และไม่เห็นว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ
ตำแหน่งเจ้าเมืองต่าง ๆ จะมีนามลงท้ายว่ามู่ อย่างเช่น จ้าวโจวมู่ หรือยงโจวมู่ ความหมายของมันคือไต้เทียนจื่อมู่หมินหรือการปกครองประชาชนแทนโอรสสวรรค์
แต่คำว่ามู่หมินในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประชาชนที่ทำปศุสัตว์ แต่หมายถึงสายตาที่พวกเขามองประชาชนเหมือนโคเหมือนควายต่างหาก และขุนนางเหล่านั้นก็มีหน้าที่ดูแลวัวควายแทนโอรสสวรรค์
ในสมัยโบราณ ขุนนางจำนวนมากแต่งงานกับญาติสนิทเพื่อสืบเชื้อสายตระกูลหรือที่เรียกกันว่าสืบสายเลือดบริสุทธิ์
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เกิดมาโง่เขลาและไม่ปกติ
ปัจจุบัน ตัวเขาก็เป็นเพียงบัณฑิตที่ไร้ค่าและยากจน หากคุณชายนั่นเป็นคนดีก็แล้วไป แต่หากเขาผู้นั้นไม่ใช่คนดี สุดท้ายจินเฟิงอาจจะโดนประหารหากเกิดความขัดแย้งขึ้น
คนแบบนี้เขาหลบเลี่ยงไว้เป็นดีที่สุด
แต่ว่าหลิวเถี่ยกลับรู้สึกตื่นเต้น “ใต้เท้า ข้าขอถามหน่อยว่าท่านโหวจะเรียกพวกข้าเข้าพบเมื่อใดหรือ?”
เพราะเท่าที่บัณฑิตหนุ่มรู้ ท่านโหวสูงส่งราวกับเทพเซียน
สวรรค์ ตัวละครในตำนานอยากพบเขาอย่างนั้นหรือ?
“ท่านโหวออกไปล่าสัตว์ นี่ก็เพิ่งจะผ่านไปสองวันเท่านั้น เกรงว่ากว่าท่านจะกลับมาก็คงใช้เวลาราว ๆ ครึ่งเดือน”
เจ้าหน้าที่เอ่ยถาม “พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่ใดหรือ? หากท่านโหวกลับมา ข้าจะได้รีบไปแจ้งข่าวแก่พวกเจ้า”
“พวกข้าเพิ่งมาถึงศาลาว่าการ ยังไม่มีเวลาได้หาที่อยู่อาศัย”
จินเฟิงส่ายศีรษะ
เจ้าห