น้าที่ต้องการเอ่ยถามเขาอีกครั้ง ทว่ากลับมีเด็กรับใช้ชายผู้หนึ่งวิ่งออกมาจากศาลาว่าการ “จางปู่โถว เหตุใดท่านยังไม่เข้าไปด้านใน นายท่านและท่านที่ปรึกษากำลังร้อนใจ”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เจ้าหน้าที่พูดกับจินเฟิงว่า “รบกวนท่านทั้งสองรอข้าสักครู่ ข้าจะรีบไปรีบกลับ”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ก็ถูกเด็กรับใช้ชายลากเข้าไปในศาลาว่าการเสียก่อน
เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่กับเด็กรับใช้ชายไปแล้ว จินเฟิงเลยรีบหมุนตัวกลับทันที
“เฟิงจื่อ เจ้าจะไปไหน?”
เหลิวเถี่ยถามอย่างกังวล “เจ้าไม่รอท่านใต้เท้าหรือ?”
“ข้าจะรอเขาทำไม?”
“ก็รอเขาแนะนำพวกเราให้ท่านโหวรู้จักอย่างไรเล่า! เฟิงจื่อ นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ก้าวหน้านะ!”
“ข้าไม่สนใจ”
ชายหนุ่มก้าวขาไวขึ้น
“เจ้า!”
เมื่อหลิวเถี่ยเห็นว่าจินเฟิงไปไกลแล้ว เขาจึงกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ ทว่าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากว่าต้องตามให้ทัน
เมื่อพวกเขามาถึงสถานที่นัดหมาย ถังตงตงก็ได้ขายด้ายป่านทั้งหมดแล้ว บรรดาลูกจ้างในร้านกำลังช่วยกันขนป่านมัดหนึ่งขึ้นรถเข็น
ในมือของถังตงตงถือกระเป๋าใบหนัก ในขณะที่เฉินเหล่าลิ่วและจางเหลียงต่างก็มองไปรอบ ๆ พร้อมกระชับหน้าไม้ในมือแน่นอย่างตื่นตัวตลอดเวลา
“ขายได้เท่าใดหรือ?”
จินเฟิงถามถังตงตง
“สองพันสามร้อยเหรียญทองแดง”
ถังตงตงตบถุงบรรจุเงินอย่างตื่นเต้น “ข้าคำนวณมาแล้ว ตัดค่าใช้จ่ายในการซื้อป่าน ค่าจ้าง ค่าอาหาร เครื่องดื่ม รายได้ของเร