ังน้อย
“ข้าไม่กล้าพูดจาไร้สาระหรอก เซี่ยกวางผู้นี้ตายแล้วจริง ๆ เขาปล้นชาวบ้านโดยมีขวานเป็นอาวุธ แต่แล้วเขาก็โดนทุบตีจนตาย และข้าก็เป็นผู้ฝังร่างเขาเองกับมือ”
หลิวเถี่ยรีบอธิบาย “ดูสิ ตรงนี้มีการลงนามจากอู่จั้วที่ตรวจสอบศพเขาเรียบร้อยแล้ว”
เมื่อพูดจบเขาก็ยื่นนิ้วออกไปชี้ในตำแหน่งดังกล่าว
ตอนที่เสมียนมองตามก็พบว่าในกระดาษมีเศษเงินแนบมาด้วย
“ในเมื่อมีเจ้าหน้าจากทางการเป็นพยาน เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา”
เสมียนรับเศษเงินเอาไว้เงียบ ๆ จากนั้นก็หยิบตราขึ้นมาประทับลงกึ่งกลางกระดาษ เขาฉีกมันออกครึ่งหนึ่งแล้วคืนส่วนที่เหลือให้กับหลิวเถี่ยเป็นหลักฐาน
เมื่อมีการเก็บภาษีในปีหน้า หัวหน้าหมู่บ้านจะเป็นผู้ส่งมอบเอกสารส่วนนี้ให้กับฝ่ายจัดเก็บภาษี
หัวหน้าหมู่บ้านไหว้วานให้จินเฟิงไปศาลาว่าการเป็นเพื่อนหลิวเถี่ย ตอนแรกเขาคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านคงกลัวว่าลูกชายจะไม่รู้หนังสือและดำเนินการผิดพลาด
แต่เมื่อเขาและหลิวเถี่ยออกมาจากห้อง จินเฟิงก็รู้สึกว่าตนคิดผิด
เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดหรือทำอะไร ล้วนดูคล่องแคล่ว ฉลาด และมีเหตุผลกว่าเขาเสียอีก
ดังนั้นเหตุผลที่หัวหน้าหมู่บ้านขอให้เขามาด้วย จุดประสงค์อย่างเดียวคือ คงไม่อยากเอาเงินของตนมาติดสินบนให้เจ้าหน้าที่
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ บัณฑิตหนุ่มก็ยกยิ้มพร้อมควักเศษเงินออกมาแล้วยัดมันลงในมือหลิวเถี่ย
“เฟิงจื่อ เจ้าทำอะไรน่ะ?”
หลิวเถี่ยกางมือออกแล้วเอ่ยปากถามเขา
“ข้าเป็นคนทุบ