ตีเซี่ยกวางจนตาย หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ขอบคุณข้าไปแล้วที่ช่วยจัดการกับปัญหาใหญ่เช่นนี้ ข้าคงยอมให้เจ้าออกเงินในส่วนนี้อีกไม่ได้หรอก”
จินเฟิงยิ้มและพูดออกมาว่า “สองสามวันมานี้ข้ายุ่งมาก ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย ข้าไม่ควรทำให้เจ้าลำบากด้วยซ้ำ”
เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อมีคนถูกฆ่า หากหัวหน้าหมู่บ้านไม่รีบจัดการเรื่องนี้อย่างทันท่วงทีและรอให้เบื้องบนมาสอบสวน เขาคงจะลำบากไม่น้อย
และจินเฟิงเองก็เป็นคนกลัวการเผชิญหน้ากับปัญหามาก
บัณฑิตหนุ่มรู้สึกขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านและหลิวเถี่ยจากก้นบึ้งของหัวใจ
“แต่นี่มันมากเกินไป”
หลิวเถี่ยลองชั่งน้ำหนักเศษเงินคร่าว ๆ แล้วบอกกล่าว
เขาติดสินบนเสมียนไปสองร้อยเหรียญทองแดง บิดาของเขาติดสินบนอู่จั้วที่มาดูศพไปร้อยเหรียญทองแดง แต่เงินที่จินเฟิงให้นั้นน่าจะอยู่ราว ๆ เจ็ดถึงแปดร้อยเหรียญทองแดงด้วยซ้ำ
“หัวหน้าหมู่บ้านคงกังวลเรื่องนี้มาก ไว้ข้าซื้อเหล้าไปฝากเพื่อเป็นการขอบคุณเขาเสียหน่อยแล้ว”
และจินเฟิงเห็นว่าหลิวเถี่ยมีท่าทีจะปฏิเสธ เขาก็ชิงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอาล่ะ หากเจ้ายังยืนกรานปฏิเสธ ข้าจะโกรธ”
หลิวเถี่ยเห็นอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น เขาจึงรีบรับเงินเอาไว้
ทั้งสองเดินออกจากศาลาว่าการและพูดคุยหัวเราะกันไป ในจังหวะเดียวนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ร่างกายสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามา
เป็นเรื่องปกติที่จะเจอเจ้าหน้าที่หรือนักการที่ศาลาว่าการ ทั้งสองคนจึงไม่ได้สนใจและเบี่ยงตัวเองไปด้านข้