แท้ก็เป็นเด็กกลุ่มนี้นี่เองที่มาแอบฟังพวกเขาอยู่ที่กำแพง นี่ก็ถือว่าเป็นประเพณีในซีเหอวานเช่นเดียวกัน
“เด็กเหล่านั้นยังไม่ได้หนีไปไหนไกล คาดว่าอีกสักพักพวกเขาต้องย้อนกลับมาเป็นแน่” จินเฟิงชี้ไปที่โรงตีเหล็ก “เจ้าไปนอนก่อนเถอะ ข้าจะไปที่โรงตีเหล็กเพื่อจัดข้าวของเสียหน่อย”
จินเฟิงไม่ใช่พระอิฐพระปูน มีหญิงสาวมานั่งอยู่ตรงกันข้ามแบบนี้ จิตใจของเขาก็สั่นไหวเหมือนกัน
ทว่าบ้านที่ทรุดโทรมหลังนี้ดันมีรอยรั่วจากทั่วทิศทาง หากมีคนมาแอบฟังที่ผนังจริง ๆ นั่นจะไม่เป็นการเล่นหนังสดเหรอ?
อีกอย่าง เขามองออกว่ากวานเสี่ยวโหรวผู้นี้ยังไม่พร้อม
“อย่างไรเสียเราก็แต่งงานกันแล้ว ยังมีเวลาอีกมาก จะช้าจะเร็วยังไงนางก็ต้องเป็นของเขา ไม่ต้องรีบร้อน นาทีนี้ต้องแก้ปัญหาเพื่อความอยู่รอดก่อน”
จินเฟิงปลอบใจตัวเอง จากนั้นเขาก็พุ่งความสนใจไปที่การทำหน้าไม้
แน่นอนว่าเด็กตัวแสบเหล่านั้นกลับมาอีกสองครั้งและส่งเสียงดังจนถึงกลางดึก
กว่าบรรดาเด็ก ๆ จะหยุดวิ่งเข้าวิ่งออก ตะเกียงก็ดับลงแล้ว จินเฟิงนำแผ่นไม้วางลงกับพื้นแล้วนอนลงบนนั้น ก่อนที่จะจินตนาการถึงคืนวันอันวิเศษและคิดถึงแผนการในอนาคต
เขาไม่ได้มีความทะเยอะทะยานเหมือนกับนักเดินทางข้ามเวลาคนอื่น ๆ เขาไม่ได้อยากจะเป็นราชาหรืออันธพาลที่ตั้งตนเป็นใหญ่ เขาแค่อยากเป็นคนที่หาเงินได้เยอะ ๆ เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไปและแต่งงานกับภรรยาผู้งดงามราวกับเทพธิดา… ซึ่งดูเหมือนว่าความฝันนี้