จ้าวเข่อหรันเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ถึงข้อสงสัยที่ค้างคาในใจมานาน นางไม่เคยเข้าใจเลยว่า เหตุใดซุ่นอี้เหนียงกับจ้าวเข่อเฟิงจึงคอยปกป้องนาง อยู่เสมอ แม้ตลอดมาความสัมพันธ์จะห่างเหิน มิได้สนิทชิดเชื้อ ทว่าลับหลัง
พวกเขากลับช่วยเหลือนางไม่น้อย
แม้ในชาติที่แล้ว ครั้นนางถูกใส่ร้ายจนหมดสิ้นหนทาง แม้แต่บิดา มารดายังติดใจทอดทิ้ง แต่มารดาเลี้ยงผู้นี้กับเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับ พยายามสุดกําลังจะกอบกู้สถานการณ์ เหตุใดกัน….เหตุใดถึงทําเพื่อนางถึง เพียงนั้น? ไม่ว่าคิดอย่างไร นางก็หาคําตอบมิได้
วันนี้ นางจึงอยากรู้ให้กระจ่าง เพราะมีเพียงรู้เหตุผลเท่านั้น นางจึง จะสามารถเชื่อใจพวกเขาได้อย่างแท้จริง หากไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ต่อให้รับ รู้ว่าพวกเขาดีต่อตนเพียงใด นางก็ยังไม่อาจเปิดใจทั้งหมด ครั้นคิดถึงตรงนี้ จ้าวเข่อหรันพลันนึกถึงบุรุษผู้บุกเข้าห้องหอในยามวิกาลเมื่อคืน ฮือ ชวี่
ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้าแท้ ๆ เหตุใดนางกลับอยากเชื่อเขาง่ายดาย นัก? คิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้…ไม่ใช่เวลาจะมาครุ่นคิดเรื่องนั้น นางเงย หน้ามองชุน เหนียง เงียบงันรอคําตอบ ชุน เหนียงได้ยินคําถามกะทันหัน ก็ชะงักไปชั่วขณะ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
“ฮุน เหนียง ท่านไม่สะดวกจะตอบหรือ?”
จ้าวเข่อหรันถามอย่างสุภาพ แต่แฝงความหนักแน่น
“ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ”
ชุน เหนียงรีบกล่าว
“เพียงแต่คุณหนูใหญ่ถามกะทันหัน ข้าเลยเรียบเรียงคําไม่ทัน
“พี่ใหญ่ลืมแล้วหร