ือ?”
จ้าวเข่อเฟิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นก่อน
“หากไม่มีพี่ใหญ่ ข้าคงไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกนี้ด้วยซ้ํา”
“อะไรนะ! คุณหนูใหญ่เคยช่วยชีวิตคุณชายใหญ่หรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างอุทานออกมาอย่างตกใจ จ้าวเข่อหรัน
ๆ
ขมวดคิ้วน้อย ๆ หันไปมองหลงเอ๋อร์ด้วยสายตาเตือนสติ หลงเอ๋อ พลันรู้ตัว ว่าลาเส้น รีบหุบปาก ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสอดแทรกอีก แต่จ้าวเข่อหรันเองก็ สับสน นางเคยช่วยจ้าวเข่อเฟิง? ตั้งแต่เมื่อใด? เหตุใดนางไม่เหลือแม้แต่เงา ของความทรงจํา? นางจึงหันไปมองชุน เหนียงอย่างไม่เข้าใจ
“ชุน เหนียง คําพูดของเฟิงเอ๋อ หมายความว่าอย่างไร? ข้าเคยทําสิ่ง ใด เพื่อช่วยเขาไว้หรือ?”
ชุนอี๋เหนียงยิ้มอ่อนโยน
“คุณหนูใหญ่คงลืมไปแล้วกระมัง ตอนนั้นท่านเพิ่งสามขวบเอง จ๋าไม่ ได้ก็ไม่แปลก แต่ครั้งนั้น หากไม่ได้ท่านช่วยไว้ ข้าคงไม่มีเพิงเอ๋อ ที่รู้ความ เช่นวันนี้”
วันวาน
“ใช่เจ้าค่ะ ตอนนั้นคุณหนูเพิ่งสามขวบจริง ๆ คงจําไม่ได้”
แม่นมเยว่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งเอ่ยเสริม สีหน้าราวกับกําลังย้อนคิดถึง
“แม่นมเยว่ ก็รู้เรื่องนี้หรือ?”
จ้าวเข่อหรันยิ่งประหลาดใจ นางทําสิ่งใดไว้กันแน่? เหตุการณ์ใดการ กระทําของเด็กหญิงวัยสามขวบ ทําให้ซุน เหนียงจดจํายาวนานถึงสิบปี ไม่ สิ…ในชาติที่แล้ว ก่อนนางจะตายอย่างคับแค้น ชุนอี้เหนียงยังคงยืนหยัดปก ป้องนาง เช่นนั้นก็คือสิบสี่ปี สิบสี่ปีเต็ม…
สิ่งใดกันที่ทําให้พวกเขายอมล่วงเกิน