งเข้าร่วมขบวนส่งตัวเจ้าสาวถึงสี่ครั้ง ทว่าจนถึงตอนนี้ที่นางอายุสิบแปดก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ที่นางยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ใช่เพราะนิสัยไม่ดีหรือเกียจคร้าน แต่เป็นเพราะนางไม่สามารถตากแดดได้ โดยเฉพาะในฤดูร้อน เพียงแค่ออกไปถูกแสงอาทิตย์เพียงไม่กี่นาที ผิวของนางก็จะบวมแดง บางครั้งถึงขนาดเกิดแผลพุพองขึ้น
บุคคลเช่นนี้ถูกเรียกว่าเย่เม่ยหรือภูตราตรี ในสมัยราชวงศ์คังถือเป็นลางร้าย ไม่สามารถพบเจอแสงสว่างและมีชีวิตอยู่ได้ในความมืดเท่านั้น
เดิมทีครอบครัวของกวานเสี่ยวโหรวมีฐานะค่อนข้างดี ในช่วงตรุษจีน นางสามารถซื้อเนื้อสัตว์ชิ้นหรือสองชิ้นเพื่อตอบสนองความอยากของตนได้ ทว่าตั้งแต่นางอายุสิบหก ครอบครัวก็จำเป็นต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิมสองส่วนทุก ๆ ปี ความเป็นอยู่ที่บ้านของนางจึงลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้การมีข้าวกินสักหนึ่งมื้อยังถือว่าเป็นเรื่องยาก
ที่โชคร้ายกว่านั้นคือ เมื่อปีที่แล้วน้องสาวของนางป่วยเป็นโรคประหลาดมักจะตัวสั่น เหงื่อออกบ่อย ๆ และบางครั้งก็เป็นลมล้มลงไป
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้คนคิดว่านางเป็นสตรีที่นำโชคร้ายมาสู่ครอบครัว
นอกจากชาวไร่ชาวนาที่ขาดความรู้ ใครเล่าจะกล้าแต่งงานกับหญิงเช่นนี้?
‘เย่เม่ยอะไรกัน นางแพ้แสงแดด แค่ทาครีมกันแดดก็พอแล้ว… ความเชื่อในสังคมศักดินาคร่าชีวิตผู้คนได้จริง ๆ!’
จินเฟิงอดเห็นอกเห็นใจผู้หญิงคนนี้ไม่ได้
หัวหน้าหมู่บ้านถือชามเอาไว้ในมือ เดินขนาบข้างมากับหัวหน้านักก