จ้าวเข่อหรันนั่งอยู่ในศาลาเล็กของสวนสุยเพิ่ง ยกถ้วยชาขึ้นจีบอย่าง สงบ รอคอยการมาถึงของซุน เหนียงและจ้าวเข่อเฟิง หากพูดตามตรง นาง เองก็ยังไม่เข้าใจนัก ชาติที่แล้ว ชุนอี้เหนียงกับจ้าวเข่อเพิ่งเคยช่วยวิงวอน แทนนาง แต่เพราะเหตุใด นางกลับไม่รู้เลย ปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่าง พวกเขาไม่อาจเรียกได้ว่าสนิทชิดเชื้อ ตรงกันข้าม กลับค่อนข้างห่างเหิน
ฉินเชียงเหอแม้มิได้กลั่นแกล้งชุน เหนียง ทว่าก็มิได้เคยคิดใกล้ชิด ชาติที่แล้ว นางมัวแต่พยายามเอาใจฉันเชียงเหอ จึงแทบไม่มีความข้องเกี่ยว ใดกับฝ่ายนั้น แท้จริงแล้ว ในใจจ้าวเข่อหรันรู้ดี ซุ่นอี้เหนียงจริงใจต่อนาง และจ้าวเข่อเฟิงก็พยายามเข้าใกล้นางเสมอ แต่เหตุใดเล่า?
ในจวนไท่ซือ ชุน เหนียงวางตนสงบ ไม่ผูกศัตรู แต่ก็ไม่สนิทสนมกับ ผู้ใด แล้วเหตุใดจึงยกเว้นให้นางเพียงคนเดียว? เหตุใดต้องดีต่อนางถึง เพียงนี้? คําถามนี้ติดค้างในใจนางมานาน วันนี้นอกจากมาขอให้ จ้าวเข่อเฟิงช่วยเรื่องปิ่นปักผมแล้ว นางยังอยากรู้เหตุผลนั้นด้วย
เพราะต่อให้ชาติที่แล้วพวกเขาเคยช่วยชีวิตนาง หากไม่รู้ต้นสาย
ปลายเหตุ นางก็ไม่อาจมอบความเชื่อใจได้ทั้งหมด บนโลกนี้ ไม่มีความรักใด ไร้ที่มา และไม่มีความชังใดไร้เหตุผล หากไม่รู้เจตนา ก็ไม่มีวันสร้างความไว้ วางใจได้
“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาแล้ว!”
เสียงใสเอ่ยนามาก่อนตัวคน เจ้าของเสียงก้าวเข้ามาในศาลาเล็กด้วย ท่าทีร่าเริง จ้าวเข่อเฟิงเพียงก้าวผ่านประตู ก็