ชุนอี้เหนียงกําลังนั่งรับประทานอาหารเช้ากับ จ้าวเย่อเฟิงผู้เป็นบุตร แม้จ้าวเย่อเฟิงจะมีอายุเพียงสิบปี แต่กลับสอบผ่าน ระดับเชียงชื่อไปแล้ว ตั้งแต่อายุเก้าขวบ เขาก็สอบได้ที่หนึ่ง กลายเป็น “เจียหยวน” ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าหลี่ ปัจจุบันจึงพักอ่าน หนังสืออยู่ในจวน เตรียมตัวสําหรับการสอบอุ่ยชื่อในอีกสองปีข้างหน้า
จ้าวชงกําลังสรรหาอาจารย์ผู้มีฝีมือที่สุด เพื่อผลักดันบุตรชายเพียงคนเดียว
ให้ก้าวไกลยิ่งกว่าเดิม
เหตุที่จ้าวชงรักและเอ็นดูจ้าวเข่อเฟิง มิใช่เพียงเพราะเขาเป็นบุตร ชายเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ เพราะความเฉลียวฉลาดที่โดดเด่นตั้งแต่วัย
เยาว์ ได้รับฉายาว่า “เด็กอัจฉริยะ” ด้วยเหตุนี้ แม้ซุ่นอี้เหนียงจะเป็นเพียง อนุ แต่ตําาแหน่งในจวนใหฮือกลับมั่นคงยิ่งนัก
กล่าวได้ว่า ตราบใดที่จ้าวเข่อเฟิงยังอยู่ ซุน เหนียงก็ไม่มีวันตกจาก ความโปรดปราน
กระนั้น ชุนอี้เหนียงเป็นคนสันโดษ มีชอบออกหน้า มีถือดีในความ โปรดปราน จึงแม้ฉินเสียงเหอจะขุ่นเคืองอยู่ลึก ๆ ก็ไม่เคยคิดกําจัดนาง อีก ทั้งหลังคลอดบุตรแฝด ฉินเซี่ยงเหอเสียสุขภาพจนมิอาจตั้งครรภ์ได้อีก จ้าวชงจ๋าต้องมีทายาทชายเพื่อสืบทอดตําแหน่ง ดังนั้น การมีอยู่ของ จ้าวเข่อเฟิงและชุน เหนียง จึงเป็นสิ่งที่ฉินเชียงเหอจ๋าต้อง “ลืมตาข้างหนึ่ง หลับตาข้างหนึ่ง” ยอมรับโดยปริยาย
ก็พอ”
“ท่านแม่ ท่านว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
จ้าวเย่อเฟิงคาบตะเกียบเอียงศีรษะถ