“แต่ว่า คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดท่านต้องกล่าวเช่นนั้นด้วย?”
หลงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างงุนงง
“เหตุใดต้องอาศัยปากของหลิงเอ๋อร์ บอกคุณหนูรองว่าท่านก็คิดว่า คุณหนูสามเป็นคนผลักนางตกน้ํา? ท่านทําเช่นนั้นไปเพื่ออะไรหรือเจ้าคะ?”
ลิก
จ้าวเข่อหร้นวางถ้วยชาลงเบา ๆ แววตาเรียบสงบ ทว่าแฝงความลุ่ม
“เรื่องครั้งนี้ ในเมื่อเย่อเหรินส่งหลิงเอ๋อร์มาหยั่งเชิง ข้าคิดว่านางต้อง
การรู้ท่าทีของข้า”
เสียงของนางนุ่มละมุน ทว่าความหมายกลับคมกริบ
“นางอยากรู้ว่า ข้ามองเรื่องนี้อย่างไร หากข้าเชื่อว่าน้องสาวสามเป็น คนผลักนางตกน้ํา ต่อให้ภายหน้าจ้าวจึงเอาเรื่องข้าตกน้ํามาพูด ข้าก็จะไม่
เชื่อค้าของนาง”
หลงเอ๋อร์นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนถามอย่างระมัดระวัง
“เช่นนั้น คุณหนูรองเพียงต้องการให้มั่นใจว่า ท่านยืนอยู่ข้างนาง จึง
มาหยั่งเชิงเช่นนี้หรือเจ้าคะ?”
“ถูกต้อง”
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า
“เชื่อว่าอีกไม่นาน บางทีอาจภายในวันนี้ ท่านพ่อท่านแม่ คงเริ่มสอบ สวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อถึงเวลานั้น คําให้การของข้ากับหลินชื่อจื่อจะ สําคัญที่สุด”
นางกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน
“เพราะในที่เกิดเหตุ นอกจากสองฝ่ายแล้ว ก็มีเพียงเสียนอวิ๋น ข้า และหลินชื่อจื่อเท่านั้น เสียนอวิ๋นเป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งยังเป็นสาวใช้ ยองเชอเหริน คําพูดของนางย่อมไร้น้ําหนัก ดังนั้น สิ่งที่ข้า กับหลินชื่อจื่อกล่าว จึงชี้เป็นชี้ตายได้ เย่อเหรินจึงต้องมั่นใจว่าข้าจะไม่เป็น
ตัวแ