งฟัง ด้านแม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ที่ยืนรับใช้ ต่างตก ตะลึงอยู่ลึก ๆ เพราะเมื่อคืนคุณหนูสามมาที่นี่ พวกนางย่อมรู้ดีว่า คุณหนู ใหญ่มิได้เชื่อว่าคุณหนูสามเป็นคนผลักคุณหนูรองลงน้ํา แล้วเหตุใดจึงกล่าว
วาจาเช่นนี้เล่า?
จ้าวเข่อหรันปรายตามองแม่นมเยว่และหลงเอ๋อร์ เห็นสีหน้าตกใจ ชัดเจน ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาเฉียบเย็นดุจคมมีด แม่นมเยวกับ หลงเอ๋อ สะดุ้ง รีบเก็บสีหน้าโดยพลัน โชคดีที่หลิงเอ๋อร์กําลังหมกมุ่นอยู่กับ “ข่าวดี” ของตน มิได้สังเกตความผิดปกติ จ้าวเข่อหรันลอบถอนใจเบา ๆ ดู ท่าแล้ว… แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์ยังอ่อนหัดนัก
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าไปเดี๋ยวนี้เถิด”
นางสั่งเสียงเรียบ
“ส่งโสมแล้ว ออกนอกจวนไปที่หอวิ่งเยวี่ย ซื้อขนมฝูหรงมาให้ข้าหนึ่ง ห่อ เข้าใจหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
หลิงเอ๋อร์ถือกล่องโสม พร้อมกับข่าวที่นางคิดว่าได้มาด้วยความชาญ
ฉลาด เด็นออกจากสวนชุนฮุย มุ่งหน้าไปยังเรือนเชี่ยอ
เบื้องหลังรอยยิ้มละมุนของจ้าวเข่อหรัน คือเงาเงียบงันที่ซ่อนคม
คาบไว้ใต้แพรไหม
บางครั้ง… เร้ง… คําพูดเพียงครึ่งประโยค ก็ร้ายแรงยิ่งกว่าการด่าทอทั้ง
ประโยคเสียอีก