า คงมองเขาเป็นบุรุษไร้ยางอายแน่ คิดถึงตรงนั้น ใบหน้าคมคาย ยองเขาพลันร้อนวูบ โชคดีที่แสงจันทร์สลัว มิฉะนั้นคงเห็นได้ชัดว่าแก้มของ เยาแดงเรื่อเพียงใด
แต่เขากลับลืมคิดไปว่า การลอบเข้าห้องสตรีกลางดึก แล้วยังถูกจับ ได้ซ้ําแล้วซ้ําเล่า ต่อให้แก้ตัวสักพันคํา ก็ยังหนีคําว่า “บุรุษหน้าด้าน” ไม่พ้น จ้าวเย่อหลัน มองออกว่าเขาจงใจเลี่ยงตอบ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้
แตนอย
หากเขาคิดร้าย นางคงมิอาจต่อต้านได้ตั้งแต่แรก อีกทั้งเขาก็มิใช่เพิ่ง มาครั้งเดียว หากจะคิดทําสิ่งต่ําช้า นางคงไม่มีวันได้นอนสงบเช่นนี้ เมื่อคิด เช่นนั้น นางจึงปล่อยวาง
“ดึกมากแล้ว ท่านยังมีธุระอื่นอีกหรือไม่?”
นางถามเสียงเรียบ
“หา?”
ซือถูชวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ยังไม่ทันตั้งตัว มองสีหน้าเหมือนคนหลงทาง ยองบุรุษรูปงาม จ้าวเข่อหลัน พลันอยากหัวเราะ
“หากไม่มีเรื่องใด ก็กลับไปพักเถิด”
กล่าวจบ นางมิได้สนใจเขาอีก กลับล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นคลุม กายอย่างสง่างาม ก่อนหลับตา ยังไม่ลืมชี้ไปที่หน้าต่าง
“ท่านเข้ามาทางใด ก็กลับออกทางนั้นเถิด และก่อนจากไป กรุณาปิด หน้าต่างให้ข้าด้วย….. ราตรีสวัสดิ์”
ซือถูชวี่มองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบา ๆ เพราะในถ้อยคําของนาง เขามิ ได้ยินแม้เศษเสี้ยวของความรังเกียจ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีนัก แม้ตอนนี้นาง ยังมิได้ไว้ใจเขาทั้งหมด แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่งดงามมิใช่หรือ? เมื่อนึกถึง ตรงนั้น หัวใจของเยาพลันเบิกบาน ราว