ทว่านางมั่นใจ ไม่ว่าชาติ ก่อนหรือชาตินี้ นางไม่เคยพบเขา ยิ่งประหลาดเข้าไปอีก คือความรู้สึกในอก เมื่อเห็นเขาปรากฏในห้อง นางมิได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับมี ความรู้สึก…อบอุ่นใจอย่างประหลาด อบอุ่นใจ?
นางหัวเราะเยาะตนเองในใจ ตั้งแต่ฟื้นคืนชีพมา นางยังไม่เคยรู้สึก ปลอดภัยแม้ในบ้านของตน ต้องระแวดระวังบิดามารดา ต้องระวังพี่น้อง ทว่าในห้องเดียวกันกับผู้บุกรุกยามวิกาล กลับเกิดความรู้สึกวางใจ ช่างน่าขัน
เสียจริง
เผชิญคําถามต่อเนื่อง ซื้อถูซวี่ถึงกับหน้าอุ่นวาบ จะให้ตอบอย่างไร เล่า? จะให้บอกว่า ตั้งแต่ได้ยินเสียงพิณของนางในคืนนั้น เขาก็แวะมาเยือน บ่อยครั้งเพียงเพื่อฟังเสียงดนตรีหรือ? หากพูดเช่นนั้น นางคงมองเขาเป็น พวกบุรุษเสเพลไร้ยางอายแน่
“ก็แค่มาบ้างเป็นครั้งคราว”
เยาตอบเลี่ยง ๆ
“เราไม่เคยรู้จักกันจริง ๆ ครั้งหนึ่งข้าเผลอเข้ามาโดยบังเอิญจึงจําที่นี่ ได้ เจ้าสบายใจได้ ย้าไม่มีเจตนาคิดร้าย และจะไม่ทําอันตรายเจ้าเด็ดยาด เจ้าสามารถเชื่อข้าได้”
เชื่อ? จ้าวเย่อหรัน นิ่งงัน ในโลกใบนี้ แม้แต่บิดามารดาและพี่น้องยัง มิอาจเชื่อใจ ต้องคอยระวังทุกย่างก้าว กลัวเพียงว่าเผลอเมื่อใดจะถูกผลักลง เหวอีกครั้ง แล้วเหตุใดบุรุษผู้นี้จึงเอ่ยคําว่า “เชื่อ” ได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น? ที่น่าประหลาดยิ่งกว่า คือหัวใจของนาง มันกลับอยากเชื่อ….อย่างไร้เหตุผล ความสับสนบางเบาแผ่ซ่านในอก
ท่ามกลางราตรีเงียบงัน สายตาของท