หลังจากจ้าวอิงจากไป หลงเอ๋อ ก็อดกลั้นไม่อยู่ เอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้า
“คุณหนู เหตุใดท่านต้องช่วยคุณหนูสามด้วยเจ้าคะ? ก่อนหน้านี้นาง ก็รังแกพวกเราไม่น้อย แล้วยังคราวที่ท่านตกน้ํา นางเห็นกับตาแท้ ๆ ก็ไม่คิด จะไปกราบเรียนนายท่านหรือฮูหยิน อีกอย่าง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องที่ นางเล่าเป็นความจริง มิใช่แต่งขึ้นเพื่อให้ท่านช่วย?”
“หลงเอ๋อร์ เจ้าก็ยังเด็กนัก หลายเรื่องยังมองไม่ทะลุ”
แม่นมเยว่ ลูบศีรษะเด็กสาวอย่างเอ็นดู พลางยิ้มบาง
“เชื่อในตัวคูณหนูเถิด นางย่อมมีเหตุผลของตน”
แม่นมเยว่เข้าใจบ้าที่สุด”
จ้าวเย่อหรันยิ้มอ่อน ก่อนจะอธิบายอย่างสงบ
“ที่ผ่านมา จ้าวอิงอาจเคยหาเรื่องพวกเรา ทว่าล้วนเป็นเพียงเรื่องจุก จิก แต่เรื่องวันนี้… มิใช่เรื่องเล็ก ย้าแม้มิได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทว่าถ้ารู้ สึกว่า นางถูกใส่ร้ายจริง”
“คุณหนูหมายความว่า คุณหนูรองเป็นผู้ใส่ร้ายหรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์เคยคิดว่าคุณหนูรองอ่อนโยนงดงาม เป็นสตรีแสนดีที่หาได้
ยาก แต่ตั้งแต่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจผลักคุณหนูใหญ่ตกน้ํา ความเลื่อมใสทั้งหมด
ก็พังทลาย
“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น”
คําตอบของจ้าวเย่อหรันคลุมเครือ ราวหมอกบางที่มิอาจจับต้อง
“คุณหนู…”
หลงเอ๋อร์ทําหน้ามุ่ย ไม่พอใจในความกํากวม
“พอเถิด”
แม่นมเยว่ รีบตัดบท เมื่อเห็นแววเหนื่อยล้าในดวงตานายหญิง
“คุณหนูคงหิวแล้ว เจ้าไปสั่งสํารับจากครัวเถิด”
กล่าวจบ นางก็ยิ่งหลงเอ๋อ ออกจากห้อง ปล่อยให้จ้าวเย