เสียง เพียะ! ดังสนั่น จ้าวอิงถึงกับมึนงง แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียง เพียะ! อีกครั้งก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน สองฝ่ามือของจ้าวเข่อหรัน ฟาดลง บนใบหน้าของนางโดยไม่ลังเล วันนี้เพียงแค่ถูกจ้าวเย่อเหรินใส่ร้าย ก็ทําให้ จ้าวอิงเดือดดาลแทบคลั่งอยู่แล้ว ครั้นโดนจ้าวเข่อหรันตบซ้ําสอง ความโกรธ ในอกก็ปะทุขึ้นในพริบตา
จ้าวเย่อเหรินก็ตบ จ้าวเย่อหรันก็ตบ หรือใบหน้านางเยียนไว้ว่า “เกิด
มาเพื่อรับฝ่ามือผู้อื่น” กันแน่?
“จ้าวเย่อหรัน! เจ้ามันรังแกคนเกินไป!”
จ้าวอิงตะโกนเสียงสั่น
“เจ้ารับปากว่าจะช่วยย้า แต่กลับตบข้า! ข้ารู้อยู่แล้ว พวกเจ้าสองพี่ น้องมันพวกเดียวกัน เห็นข้าได้ดีก็ทนไม่ได้!”
พูดจบ นางก็พุ่งเข้าใส่ โชคดีที่ แม่นมเยว่กับหลงเอ๋อร์รีบเข้ามาขวาง ไว้ทัน จ้าวอิงดิ้นรนอย่างคนเสียสติ แต่จ้าวเย่อหรันกลับไม่รีบร้อนแม้แต่ น้อย นางรินชาถ้วยหนึ่ง นั่งลงอย่างสงบ แล้วยกขึ้นจิบช้า ๆ
“น้องสาวสาม ใจเย็นหน่อยสิ”
นางยิ้มบาง น้ําเสียงเรียบเนียนราวสายลมยามค่ํา า
“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าบึงบัวลึกเพียงใด?”
คําถามกะทันหันทําให้จ้าวอิงชะงัก นางมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ จ้าวเข่อหรันวางถ้วยชา ลุกเดินไปริมหน้าต่าง มองท้องฟ้ายามค่ําที่มืดสนิท
“ข้าเคยตกลงไปครั้งหนึ่ง น้ําในนั้นลึกเกินศีรษะ พื้นบึงเต็มไปด้วย โคลน หากว่ายน้ําไม่เป็น ตกลงไปก็เท่ากับจมดิ่งสู่ความตาย”
จ้าวอิงยังคงไม่เข้าใจ จ้าวเย่อหวั่นหันกลับมา ถามเสียงเรียบ
“เช่น