นั้น เจ้าคิดว่า ระหว่างตกลงบึงบัว กับถูกตบสองฉาด อย่างไหน
อันตรายกว่ากัน?”
จ้าวอิงยมวดคิ้ว แม้ไม่เข้าใจเจตนา แต่ก็ตอบออกไป
“แน่นอนว่าตกน้ําอันตรายกว่า”
จ้าวเข่อหรันยิ้มอ่อน งดงามราวบุปผา แต่ถ้อยคํากลับเย็นเยียบจน
ชวนสะท้านขั้วหัวใจ
หรือ?”
“แม้แต่เจ้ายังรู้ว่าตกบึงบัวอันตราย เช่นนั้นจ้าวเย่อเหรินจะไม่รู้
จ้าวอิงนิ่งงัน
“นางตบเจ้า ก็เพียงแสดงละคร ข้าเชื่อว่าตอนนางตบ เจ้าไม่ได้เจ็บ เท่าที่ย้าตบเมื่อครู่นี้ใช่หรือไม่? ที่เจ้าดิ้นรน มิใช่เพราะความเจ็บ แต่เพราะ ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ํา….ใช่หรือไม่?”
คําพูดนั้นแทงตรงจุด จ้าวอิงเงียบไป จริงดังว่า…. ตอนจ้าวเย่อเหริน ตบนาง นางไม่ได้เจ็บนัก แต่ความโกรธ เกิดจากการถูกดูแคลน จ้าวเย่อหรัน มองแววตาที่เริ่มสั่นไหวของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยต่อ
“นางตบเจ้า มิใช่เพื่อดูหมิ่น แต่เพื่อยั่วให้เจ้ายาดสติ เมื่อเจ้าขาดสติ เรื่องราวต่อจากนั้นจึงดําเนินไปได้”
นางหยุดครู่หนึ่ง
“เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดนางจึงใส่ร้ายเจ้าได้สําเร็จ?”
เพราะบ้าไม่สุขุมพอ?”
“นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ริมฝีปากจ้าวเย่อหรันยกยิ้มเย็น
“เพราะนางฉลาดกว่าเจ้า และ….โหดกว่าเจ้า”
“โหดกว่า?”
“ใช่ ใจของนางโหดกว่า เจ้าใช้ความลับข่มขู่นาง แต่นางกลับใช้ชีวิต ตนเองเป็นหมาก หากวันนี้ช่วยช้าเพียงก้าวเดียว นางอาจตายได้จริง ๆ แต่ก็ ยังเลือกวิธีนี้”
เสียงยองนางต่ําลง
“คนที่โหดกับผู้อื่นไม่น่ากลัวเท่า คนที่โหดกับตนเอง”