ลมยามค่ําพัดผ่าน จ้าวอิงขนลุกวาบ ก่อนหน้านี้นางไม่เคยคิดลึกเช่น นี้ บัดนี้จึงตระหนักว่า การไปข่มขู่จ้าวเย่อเหรินนั้นโง่เขลาเพียงใด สายตา นางเหลือบมองจ้าวเข่อหรัน หญิงผู้นี้ ที่นางเคยมองว่าอ่อนแอ กลับมอง ทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง โชคดีเพียงใดที่นางยังมิได้ล้ําเส้นเกินไป
“หน้าเจ้าเจ็บหรือไม่?”
จ้าวเย่อหรันถามขึ้นกะทันหัน จ้าวอิงเพิ่งนึกได้ว่าตนถูกตบ แตะ เบา ๆ ก็สะดุ้งหายใจเฮือก แก้มองบวมแดง เพียงสัมผัสก็แสบร้อน
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงตบย้า?”
น้ําเสียงของนางสงบนิ่ง ไม่มีความโกรธหลงเหลือ
“ใครตบเจ้าเล่า?”
จ้าวเย่อหรันทําหน้าฉงน
“เจ้ามิใช่บอกหรือว่า วันนี้ตอนบ่ายเป็นจ้าวเย่อเหรินที่ตบเจ้า จึงเกิด
การยื้อยุด แล้วนางถึงได้ “พลาด” ตกน้ํา?”
ดวงตาจ้าวอิงวาบสว่าง นางเข้าใจแล้ว จ้าวเย่อหรันยื่นมือแตะเบา ๆ
ที่แก้มของนาง
“น้องสาวสาม นางช่างใจร้ายเสียจริง ตบหนักถึงเพียงนี้ หากคืนนี้ทา ยา พรุ่งนี้เช้าคงบวมหนักกว่าเดิมแน่”
น้ําเสียงแผ่วหวาน แต่คําพูดกลับเสียดแทง
“ถึงตอนนั้น เจ้ากับนาง คนหนึ่งหน้าแดงช้ํา อีกคนตกบึงบัว ใครถูก ใครผิด คงยากจะตัดสินเสียแล้ว”
จ้าวอิงถึงกับตาสว่าง ที่แท้…สองฉากนั้นคือการช่วยเหลือ นางรีบทํา
ความเคารพ
“อิงเอ๋อร์ขอบคุณพี่หญิงใหญ่ หากภายหน้าพี่หญิงใหญ่มีคําสั่ง น้อง
จะทุ่มสุดกําลังช่วยเหลือ”
จ้าวเย่อหรันทําสีหน้างุนงง
“น้องสาวสามจะขอบคุณข้าเรื่องใด? ข้าไม่ได้ทําสิ่งใดเลย”
นางยมบาง
“และว