ามห่วงใยเช่นนี้บ้าง? บัดนี้เปลี่ยนเป็นจ้าวเย่อเหริน กลับรีบเร่งมาด้วยความร้อนใจถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะจ้าวชง แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่เปลี่ยน รู้ดีว่าพวกเขาลําเอียง… แต่ไม่ คิดว่าจะลําเอียงถึงเพียงนี้
คิดแล้วก็อดสมเพชตนเองไม่ได้ ทั้งที่เป็นฝาแฝดแท้ ๆ กลับได้รับ การปฏิบัติแตกต่างราวฟ้ากับเหว เมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ ทั้งสองยิ่งร้อนใจ จ้าวเย่อเหรินคือไข่มุกในอุ้งมือ คือความภาคภูมิใจของพวกเขา จะให้เกิด อันตรายได้อย่างไร
“เย่อหรัน รีบพูดสิ!”
ฉินเชียงเหอเร่งเร้า
“คือว่า”
นางเพิ่งเอ่ย ก็เห็นเสียนอวิ๋นนําหมอเข้ามา จึงรีบกล่าว
“ย้าก็ไม่ทราบรายละเอียดนัก ให้หมอตรวจดูก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
ทุกคนรีบหลีกทางให้หมอเข้าไป เพราะยืนขวางประตูอยู่ ไม่นาน หมอก็เข้าไปตรวจอาการในห้อง จ้าวซึ่งกับฉินเซียงเหอเข้าไปเฝ้าดูอย่างกระ วนกระวาย จ้าวเข่อหรันยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าดูเป็นกังวล หากมองลึกลงไป จะ เห็นประกายเย็นเยียบซ่อนอยู่ในดวงตา
ทว่าในความโกลาหลนี้ ไม่มีผู้ใดทันสังเกต ไม่นาน หลินซีหร่านก็กลับ มา เยาเข้าร่วมวงรอคอย แต่ไม่นานนัก ภายใต้สายตาสื่อความของจ้าวซง เขาจึงจําต้องขอตัวกลับ จนกระทั่งใกล้ยามชวี หมอจึงออกมา ทุกคนอ่อนล้า เต็มที อีกทั้งจ้าวเย่อเหรินยังไม่ฟื้น จ้าวซงจึงมิได้ซักถาม เพียงสั่งว่า
“พรุ่งนี้ก่อนอาหารเช้า ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่โถงหน้า”
จ้าวเย่อหรันในยามนี้ ทั้งเหนื่อยทั้งหิว เพียงอยากกลับเรือนชุนฮุย
รับประทานอ