มสามารถของมันใกล้เคียงกับระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณเลยทีเดียว
ไม่ต้องพูดถึงตอนที่พวกเขาแต่ละคนต่างได้รับบาดเจ็บ และหมดเรี่ยวแรงเลย แม้แต่ตอนที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ก็คาดว่าพวกเขาน่าจะไม่สามารถจัดการเจ้าตัวยักษ์นี้ได้ อีกทั้งพว วกเขาอาจจะมีชีวิตรอดอยู่ภายใต้เงื้อมมือของมันได้ไม่นานเท่าไรนักอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้ามัวแต่เหม่ออยู่ทำไม รีบออกไปทางนั้นแล้วรักษาอาการบาดเจ็บเร็วเข้าสิ!”
พวกเขาเหล่านั้นพูดไม่ออกเลยจริง ๆ รักษาอาการบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ! ชีวิตยังจะไม่มีอยู่แล้ว รักษาอาการบาดเจ็บไปจะมีประโยชน์อะไรล่ะ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาใช้แรงงานอย่างหนักต่อไปได้อีกแล้ว นอกจากนี้ความสามารถของเจ้านี่ยังไม่เลวอีกด้วย ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงเตรียมที่จะลงมือด้วยตนเอง
เมื่อเห็นว่าคู่ของตนเองถูกทุบตี วานรแขนเหล็กอีกตัวหนึ่งก็โกรธเคืองเป็นอย่างมาก
มันร้องคำรามแล้วพุ่งทะยานออกมา ในเวลานี้ร่างเงาสีม่วงก็สว่างวาบขึ้น และทันใดนั้นบนร่างของมู่เฉียนซีก็ปกคลุมไปด้วยลำแสงสีเขียวอ่อน
จากนั้น กระบี่ยาวสีแดงสดราวกับเพลิงนิรันดร์ก็มิปานได้ปรากฏขึ้นมาในมือของมู่เฉียนซี เปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างก็ได