ที่เพิ่งเปิดนั้น แววชนะวาบผ่านอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้น
ในใจ ทว่าบนใบหน้ากลับอ่อนแรงราวดอกไม้ใกล้โรย
“บ้า… เป็นอะไรไปหรือ?”
เสียงอ่อนระโหย
“เจ้าตกน้ํา จําไม่ได้หรือ?”
หลินซีหร่านมองนางอย่างอ่อนโยน ราวโลกทั้งใบเหลือเพียงสตรีใน อ้อมแยน คู่หมั้นตัวจริงของเขา… ยืนอยู่ข้างกายเขานี่เอง แต่เขากลับลืม เลือนเสียสิ้น จ้าวเย่อเหรินก้มหน้าด้วยท่าทีเขินอาย จ้าวเย่อหรัน ยิ้มเย็นใน ใจ ดีจริง ๆ หนึ่งคือคู่หมั้นในนามของนาง หนึ่งคือน้องสาวของนาง กลับ แสดงความผูกพันต่อหน้าต่อตา มิได้เกรงใจแม้แต่น้อย นาง… กลายเป็น
เพียงเงาไร้ตัวตน
“พอแล้ว รีบพาน้องสาวกลับเรือนเชียอวี่เถิด”
เสียงของจ้าวเย่อหรัน ราบเรียบ ราวเหตุการณ์ตรงหน้าไม่เกี่ยวข้
เวยอง
กับตน
“เลียนอวิ๋น ไปเชิญหมอมา หากเป็นไข้เพราะลมเย็นจะยุ่ง”
“เจ้าค่ะ!”
จ้าวเย่อหรัน ยื่นมือจะช่วยพยุง ทว่าหลินซีหร่านกลับอุ้มจ้าวเย่อเห รินขึ้นในอ้อมแยน เดินจากไปอย่างเร่งรีบ มองแผ่นหลังนั้น จ้าวเบื่อหรัน ยก
มุมปาก ดูท่า จวนไท่ซือคงไม่สงบอีกแล้ว
เงยหน้ามองท้องฟ้าแจ่มใส นางถอนใจในอก วันที่อากาศดีเช่นนี้
ช่างน่าเสียดายจริง ไม่นาน ผู้คนก็สลายตัวไป ไม่มีใครสนใจจ้าวอิงที่ยังยืน แข็งทื่ออยู่ในศาลา ความกลัวกัดกินหัวใจ มีทั้งหลินซีหร่านและจ้าวเย่อหรัน เป็นพยาน ข้อหาพยายามทําร้ายบุตรีภรรยาเอก… หนักหนาเพียงใด นาง ย่อมรู้ดี แต่ความแค้นในอกก็ลุกโชน
จ้าวเย่อเหริน…. กล้า