จ้าวเย่อเหรินนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ รอบกายไร้ผู้คน เงียบสงบ เสียจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดกลีบบัวไหวอ่อน ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้า
แผ่วเบา งมาจากระเบียงทางเดิน
“มาแล้วหรือ”
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยโดยไม่หันกลับ
“แน่นอนสิเจ้าคะ พี่รองมีนัด ข้าจะกล้าผิดคําได้อย่างไร”
เสียงหวานใสดังขึ้น พร้อมร่างของจ้าวอิงที่เดินยิ้มละไมเข้ามา นาง นั่งลงตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ รินชาดื่มเองราวกับเป็นเจ้าบ้าน ในศาลาบัว
AI
เสียงหวานใสดังขึ้น พร้อมร่างของจ้าวอิงที่เดินยิ้มละไมเข้ามา นาง นั่งลงตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ รินชาดื่มเองราวกับเป็นเจ้าบ้าน ในศาลาบัว บัดนี้เหลือเพียงพวกนางสองคน จ้าวอิงอารมณ์ดีนัก ก่อนหน้านี้ได้รับจด หมายเชิญจากจ้าวเย่อเหรินว่าอยากคุยเป็นการส่วนตัว นางเชื่อมั่นว่าอีกฝ่าย คงยอมรับเงื่อนไขเรื่องก่อนหน้านี้เสียแล้ว อย่างไรเสีย ความลับก็อยู่ในมือ นาง จ้าวเย่อเหรินคงไม่กล้าเล่นลูกไม้
“วันนี้พี่รองเรียกข้ามา มีเรื่องใดจะสั่งสอนหรือเจ้าคะ?”
จ้าวอิงยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวเย่อเหรินวาง
ถ้วยชาลงช้า ๆ สีหน้าเรียบเฉย
“วันนั้น… เจ้าเห็นอะไรบ้าง”
จ้าวอิงเลิกคิ้ว หัวเราะเบา ๆ
“พี่รองคิดว่าข้าควรเห็นอะไรเล่าเจ้าคะ?” “พี่รองคิดว่าข้าควรเห็นอะไรเล่าเจ้าคะ?”
“ดูท่า…. เจ้าก็ไม่ได้อยากเรียนกับจินหมัวมัว นักสินะ”
น้ําเสียงจ้าวเข่อเหรินยังนุ่มนวล ทว่าคมกริบ
“ด้วยสติปัญญาของเจ้า ต่อให้ไม่ได้เรียนกับน