าง ก็คงยังหาทางไต่เต้า
หาคู่ครองดี ๆ ได้กระมัง”
คําพูดนั้นแทงตรงจุดอ่อน
“จ้าวเย่อเหริน เจ้า!”
จ้าวอิงตบโต๊ะผาง ลุกขึ้นทันที
“เช่นนั้นก็กลับไปเสียเถิด”
อีกฝ่ายยังคงจิบชาอย่างสบาย ไม่สะทกสะท้าน
“ถ้านึกว่าหรือว่าข้าจะเอาเรื่องวันนั้นไปของคนอื่น
อีกฝ่ายยังคงจิบชาอย่างสบาย ไม่สะทกสะท้าน
“เจ้ามิกลัวหรือว่าข้าจะเอาเรื่องวันนั้นไปบอกคนอื่น!”
จ้าวอิงยบฟันแน่น เอ่ยข่มขู่ จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
“หลักฐานเล่า? ต่อให้เจ้าพูด ก็ไร้ผู้พิสูจน์ หากกล่าวหาพี่สาวสายตรง โดยไร้หลักฐาน โทษคือโบยด้วยกฎตระกูล เจ้าอยากลองหรือไม่?”
จ้าวอิงมิใช่คนโง่
“ต่อให้คนอื่นไม่เชื่อ ข้ายังไปบอกพี่หญิงใหญ่ เข่อหรันได้ หากนางรู้ แม้ไม่เชื่อทั้งหมด ก็คงเริ่มระแวงเจ้าแน่”
ไม่รู้ตัว
จ้าวเย่อเหรินลุกขึ้น เดินเข้าหาอีกฝ่ายทีละก้าว จ้าวอิงถอยหลังโดย
“อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โง่เสียทีเดียว”
“อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โง่เสียทีเดียว”
เสียงนั้นนุ่ม แต่แฝงความเย็นยะเยือก
“น่าเสียดาย…. เจ้ายังข่มขู่ข้าไม่ได้”
“เจ้า!”
จ้าวอิงเดือดดาล
“รู้ฐานะของตนเสียบ้าง”
จ้าวเย่อเหรินมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยัน
“อย่าได้คิดปีนขึ้นหัวย้า มิฉะนั้น ผลลัพธ์จะไม่งดงามนัก
“แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่!”
จ้าวอิงตะโกน
จ้าวอิงตะโกน
“ถ้าไม่กลัวข้าแพร่งพราย แล้วเรียกข้ามาทําไม!”
“ไม่มีอะไร”
จ้าวเย่อเหรินยักไหล่เบา ๆ
“เพียงเบื่อหน่าย อยากหาคนระบายอารมณ์เท่านั้น”
“จ้าวเย่อเห