น สุภาพ เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมแล งและความสามารถ เป็นดั่งจันทราในใจ บุรุษทั่วหล้า แท้จริงแล้ว สิ่งที่หลินซีหร่าน หลงใหล มิใช่เพียงโฉมสะคราญ หากคือความสามารถทางอักษร เขาเองก็เป็นกวีมีชื่อ จึงใฝ่หาคู่ครองที่ สามารถบรรเลงพิณเคียงกันอย่างกลมกลืน นับแต่ได้อ่านบทกวี “หย่ง เหมย” ที่นางรังสรรค์ เขาก็ตกตะลึงในพรสวรรค์และถ้อยคําอันลึกซึ้ง และ ตั้งแต่นั้นมา หัวใจก็มิอาจถอนคืนจากนางได้อีก
บางครั้ง เขายังเคยตําหนิจ้าวเข่อหรันในใจ เหตุใดต้องเกิดมาก่อน? หากนางเกิดช้ากว่านี้ คนที่ยืนข้างเขาวันนี้ย่อมเป็นจ้าวเย่อเหริน มิใช่หญิง สามัญหน้าตาเรียบเฉย ไร้ประกายปัญญาเช่นนี้ ยิ่งเมื่อได้ยินข่าวว่าผู้ใหญ่ กําลังจัดหาคู่ครองให้เย่อเหริน เขายิ่งกระวนกระวายร้อนรน
นี้?”
ขณะจมอยู่ในห้วงคิด จ้าวเข่อหรันก็เดินเข้ามาอย่างสง่างาม
“ชื่อจื่อ วันนี้ดูท่าจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงได้มาเยือนจวนไท่ซือเวลา
นางเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นเขายังเหม่อลอย
มาครานี้ มีธุระไดหรือไม่?”
หลินซีหร่านสะดุ้งเล็กน้อย รีบตอบ
“มะ….ไม่มีเรื่องใด เพียงว่างจึงแวะมาเยี่ยมเจ้า”
“เช่นนั้นหรือ?”
จ้าวเย่อหวั่นก้มหน้าราวหญิงสาวขวยเขิน ทว่าในเงาที่เขามองไม่เห็น ดวงตากลับเย็นเยียบ แฝงประกายเสียดสีบางเบา เมื่อเห็นท่าทางนั้น หลินซีหร่าน ขมวดคิ้วในใจ ความรังเกียจแวบผ่านเพียงเสี้ยววินาที แต่สีหน้า ยังคงอ่อนโยน
ทั้งสองนั่งลงสนทนา หากสายตาของเขากลับเหลือบมองออกนอก ป