หลังเสร็จมื้อเช้า จ้าวเย่อหรันหันไปสั่งแม่นมเยว่เสียงเรียบ
“แม่นมเยว่ ส่งคนไปยังสวนสุ่ยเฟิง บอกว่า บ่ายวันนี้ถ้าจะไปเยี่ยมชุ อี๋เหนียงกับเฟิงเอ๋อร์ ถามดูว่าพวกเขาสะดวกหรือไม่”
แม่นมเยว่ยังไม่ทันตอบ หลิงเอ๋อร์ก็แทรกขึ้นเสียก่อน
“คุณหนูจะไปสวนสุ่ยเฟิงหรือเจ้าคะ? หากไปพบซุ่นอี้เหนียงกับคุณ ชายเฟิง…ท่านไม่เกรงว่าฮูหยินจะกริ้วหรือ?”
จ้าวเย่อหรันแค่นหัวเราะในใจ บทเรียนครั้งก่อนดูเหมือนยังไม่ทํา ให้หลิงเอ๋อร์รู้จักที่ต่ําที่สูง…แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะจัดการนาง สิ่งสําคัญที่ สุดคือการตามหา ปิ่นปักผมปู้เหยาลายโบตั๋น เล่มนั้น เพราะมันมิใช่เพียง กุญแจโค่นหลิงเอ๋อร์ หากยังเป็นยองสําคัญที่สูญหายไม่ได้เด็ดยาด
“หลิงเอ๋อร์!”
แม่นมเยว่เอ็ดเสียงเข้ม
“เรื่องของคุณหนู เป็นสิ่งที่เจ้ามีสิทธิ์วิจารณ์หรือ?”
“แม่นมเยว่ ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น เพียงเตือนคุณหนูไม่ให้ทําให้ฮูหยิน
ขุ่นเคืองเท่านั้น”
หลิงเอ๋อร์ตอบอย่างไม่ยอมถอย นางยังเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งพิงของคุ หนูใหญ่ดั่งเดิม เดิมทีจ้าวเย่อหวั่นไม่คิดเอาความ แต่เมื่ออีกฝ่ายรุกล้ําความ อดทนครั้งแล้วครั้งเล่า นางก็ไม่จําเป็นต้องอ่อนข้ออีก
“อ้อ…เช่นนั้นหรือ?”
นางยกยิ้มบาง ๆ หากแฝงคมมีด
ๆ
“ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจมารดาย้ายิ่งกว่าข้าเสียอีก ผู้ไม่รู้คงนึกว่าเจ้า
เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนไท่ซือกระมัง”
“คุณหนู…”
หลิงเอ๋อร์เริ่มหวาดหวั่น
“ปัง!”
ฝ่ามือเรียวตบลงบนโต๊ะเสียงดังส