ทางด้านจื่อโยวก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว และเขาก็รู้สึกว่าสถานการณ์ของมันย่ำแย่เป็นอย่างมาก
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “เจ้าพวกนี้ช่างไม่รู้เวล่ำเวลาเลยจริง ๆ! หากมีความสามารถก็รอจนกว่าเยี่ยจะถอนคำสาปได้แล้วค่อยมาโจมตีแดนนรกสิ ไม่ใช่มาเอาเวลานี้”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“แดนนรกได้ถูกคนที่จักรพรรดิสงครามส่งมายึดครองเอาไว้หมดแล้ว นอกจากเมืองหนามโลหิต สถานการณ์ของแดนนรกในตอนนี้ถึงจุดที่ล่อแหลมมาก นี่เป็นเพียงคนของเผ่าเทพ เผ่าวิญญาณและเผ่าคำสาป ซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีการเคลื่อนไหวอะไรอีกหรือไม่” จื่อโยวกล่าวด้วยท่าทางที่จริงจัง
แดนนรกตกอยู่ในอันตราย ซึ่งพวกเขาไม่สามารถหาสถานที่ที่ปลอดภัยในการถอนคำสาปได้เลย มีเพียงต้องตั้งรับและทำลายศัตรูก่อนเท่านั้น ถึงจะสามารถถอนคำสาปอย่างราบรื่นได้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้ากลับไปที่เหวนรกก่อน เรื่องของสงครามใหญ่นี้มอบให้เป็นหน้านที่ของข้ากับจื่อโยวเป็นคนจัดการเอง พวกเราจะต้องกำจัดคนที่เข้ามารุกรานแดนนรกทั้งหมดจนสะอาดได้อย่างแน่นอน”
“ไม่ได้!” จิ่วเยี่ยปฏิเสธข้อเสนอของมู่เฉียนซีใ