ยามรุ่งสางยังไม่ทันมีเสียงเคาะประตูจากหลิงเอ๋อร์หรือหลงเอ๋อร์
จ้าวเข่อหรันก็ลืมตาตื่นเสียก่อน นางเองก็ไม่แน่ใจว่าเหตุใดวันนี้จึงตื่นเร็วกว่า ปกติ แต่เมื่อตื่นแล้วก็ไม่คิดจะนอนต่อ นางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง ยืดแขน เหยียดกายเบา ๆ อย่างเกียจคร้าน ครั้นสายตาเหลือบไปยังหัวเตียง กลับ เห็นบางสิ่งสะท้อนแสงราง ๆ
“นี่คือ…?”
นางหยิบขึ้นมาดู เพียงแรกเห็นก็ถึงกับชะงัก ปิ่นปักผมทําจากหยก ดําชั้นเลิศ ตัวปิ่นเรียบลื่นดุจผิวน้ํายามราตรี ปลายปืนสลักเป็นดอก เหมยบานสะพรั่ง ใต้ดอกเหมยมีผีเสื้อหยกดําห้อยระย้า เห็นได้ชัดว่าทั้งปั่น
และผีเสื้อถูกแกะจากหยกก้อนเดียวกัน งานฝีมือประณีตถึงขั้นไร้ที่ติ
สิ่งที่ทําให้นางใจเต้นแรง มิใช่เพราะความงดงาม หากเพราะมันคล้าย คลึงกับปิ่นไม้ที่นางเคยสะดุดตาในตลาดวันนั้นอย่างน่าประหลาด เพียงแต่
ของในมือขณะนี้ล้ําค่ากว่าเทียบกันมิได้
ทว่า… เรื่องสําคัญยิ่งกว่าคือ มันมาอยู่บนหัวเตียงของนางได้อย่าง ไร? ผู้ใดกันเป็นคนนํามาวางไว้? จ้าวเข่อหรัน ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดเท่าไรก็ไร้คํา ตอบ พลันภาพเมื่อคืนก็ผุดขึ้นในความทรงจํา ครึ่งหลับครึ่งตื่น ราวเห็นเงา ร่างในชุดยาวยืนอยู่ใกล้เตียง เมื่อนึกได้ดังนั้น นางรีบเงยหน้ามองไปทางหน้า
ต่าง
หัวใจพลันสะดุด หน้าต่าง… เปิดอยู่ นางจําได้แม่นยํา ก่อนเข้านอนได้ สั่งให้หลิงเอ๋อร์ปิดหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว แล้วใครเป็นผู้เปิด? เงาร่างชุดยาว นั้นมีอยู่จริงหรือเ