้รับพลังกลับมาใหม่อีกครั้ง
อู๋หยากล่าวว่า “หากผู้ใดก็ตามที่สังหารมู่เฉียนซีได้ ข้าอู๋หยาจะทำนายอนาคตให้พวกเจ้าเป็นกรณีพิเศษ”
การสามารถรับรู้อนาคตของตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย ย่อมเป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ของรางวัลเช่นนี้น่าดึงดูดเสียยิ่งกว่าสมบัติใด ๆ เสียอีก และไม่ว่าจะเป็นคนของเผ่าวิญญาณ ณหรือคนของเผ่าเทพต่างก็จับจ้องไปทางมู่เฉียนซีด้วยแววตาที่เย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยที่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่สามารถใช้พลังวิญญาณได้กลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะมองเช่นไรนี่ก็คือสถานการณ์ที่เสียเปรียบ และไม่สามารถพลิก กสถานการณ์ให้ชนะได้เลย
จิ่วเยี่ยยืนอยู่ข้างหน้าของมู่เฉียนซี เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “อู๋หยา!”
อู๋หยากล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย พระองค์ทรงพิโรธแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ! รอให้กระหม่อมสังหารมู่เฉียนซีได้เมื่อไร อู๋หยาจะยอมให้พระองค์ลงโทษได้ตามพระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“ในสายตาของข้า ชีวิตของเจ้าไม่อาจเทียบชีวิตของซีได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นข้าไม่อนุญาตให้ผู้ใดทำร้ายซีเป็นอันขาด!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงเย็นชา
แต่คนเหล่านั้นได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และมันก็ทำให้สีห