วุ่นวายเสียจนเขาไม่สามารถมองเห็นอนาตคของฝ่าบาทได้เลย
ฝ่าบาทของเขาไม่ควรที่จะมีอารมณ์หวั่นไหว และยิ่งไม่ควรหวั่นไหวกับมู่เฉียนซีด้วย
และสุดท้ายร่างของอู๋หยาก็หายไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งยาของมู่เฉียนซีก็ไม่อาจยื้อร่างกายของเขาเอาไว้ได้อีกต่อไป
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อู๋หยานี่พูดจาไร้สาระเกินไปแล้ว แม้ว่าข้า…อุ้บ...”
คำพูดของมู่เฉียนซียังไม่ทันจบ นางก็ถูกจิ่วเยี่ยผนึกริมฝีปากเอาไว้ จนคำพูดที่จะพูดหลังจากนี้จึงไม่ได้พูดออกมา
จิ่วเยี่ยรู้ว่ามู่เฉียนซีต้องการที่จะพูดอะไร แค่เขารับรู้ได้ก็พอแล้ว เพราะเขาไม่ชอบที่จะให้ซีพูดเช่นนี้ออกมาเลย
เขาไม่เชื่อในโชคชะตา และเชื่อเพียงแค่ตนเอง และซีเท่านั้น!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้ายังสามารถควบคุมได้อยู่หรือ?”
“ไม่มีปัญหา!”
“เช่นนั้นก็ดี! ให้เวลาข้าอีกสักหน่อย ข้าจะไปแก้แค้นให้เจ้าก่อน!” แววตาของมู่เฉียนซีในเวลานี้เหลือบมองไปที่ผู้คุมปีศาจแห่งความมืด และผู้คุมปีศาจแห่งความมืดในเวลานี้ก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝูเซิง! ลงมือเสีย จงนำเอาผู้คุมปีศาจแห่งความมืดไปขังไว้ในห้องขังซะ”
นางกล่าวกับจิ่วเยี่ยว่า “ส่วนจิ่วเยี่ยเจ้าไม่ต้องตามไปหรอก เจ้ารออยู่ที่นี่ดี