มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อู๋หยา ที่เจ้าพูดมันหมายความว่ายังไงกันแน่?”
“ข้าสามารถทำให้เจ้าเห็นได้! แต่แน่นอนว่าหากเจ้าตายไปละก็ ต่อให้เห็นหรือไม่เห็น ก็ไม่มีความหมายใด ๆ อยู่ดี” อู๋หยากวาดตามองไปที่พวกเขาอย่างเฉยเมย และเขาก็ไม่สนใจพิษที่อยู ในร่างกายเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นก็มีค่ายกลอันหนึ่งปรากฏขึ้นมาที่ปลายเท้าของมู่เฉียนซี ถึงแม้ว่าค่ายกลนี้จะไม่สามารถทำอันตรายต่อมู่เฉียนซีได้ แต่มันกลับดูดพลังแห่งชีวิตของมู่เฉียนซีไปอย่างบ้าคลั่ ง
“เพื่อดึงดูดให้เจ้ามาที่นี่ แน่นอนว่าข้าต้องจ่ายไปมากมายเลยทีเดียว แต่ในเมื่อมีเจ้าอยู่ด้วย แค่นี้ข้าก็จะสามารถฟื้นตัวได้แล้วมิใช่หรือ มู่เฉียนซี!” เขากล่าว
ตูมมม!
มู่เฉียนซีเหวี่ยงกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกไป เพราะต้องการที่จะทำลายค่ายกลนี้
ค่ายกลที่เต็มไปด้วยพลังแห่งดวงดาราไม่ใช่สิ่งที่ค่ายกลทั่วไปจะสามารถเทียบเคียงได้ นอกจากนี้อู๋หยายังมีความมั่นใจว่ามู่เฉียนซีไม่มีทางทำลายค่ายกลของเขาได้อีกด้วย
ปังงง!
และมู่เฉียนซีก็ไม่สามารถทำลายมันได้จริง ๆ นอกจากนี้พลังแห่งชีวิตของนางยังถูกดึงออกไป เพื่อรักษาตัวของอู๋หยาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
“เจ้านาย!” เมื่อฝูเซิงรับรู้ถึงสถานการณ์ท