วร รับรู้ เขาจึงทําเป็นไม่เห็น เดินนําทางต่อไปอย่างสงบ ก่อนก้าวเข้าโถงเพียง ชั่วอึดใจ รอยเย้ยหยันบนใบหน้าจ้าวเย่อหรันเลือนหาย กลายเป็นสีหน้ายวย เยินอ่อนหวาน
ทันทีที่เข้าไป นางเห็นหลินซีหร่านกับจ้าวเย่อเหรินนั่งจิบชาพูดคุยกัน อยู่ จ้าวเย่อเหรินแก้มแดงเรื่อ ดวงตาเปี่ยมประกายหวานล้ํา งดงามดุจ บุปผาแรกแย้ม หลินซีหร่านในอาภรณ์ยาวเข้ารูป ยืนสง่างาม ใบหน้าหล่อ เหลา สายตาที่มองจ้าวเย่อเหรินเต็มไปด้วยความเอ็นดูและเสน่หา
หากคนนอกเห็น คงต้องทอดถอนใจว่า ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันยิ่ง นัก ทว่าในสายตาจ้าวเย่อหรัน กลับเย็นเยียบราวน้ําแข็ง
“พี่หญิง ท่านกลับมาแล้ว”
อ้าวเข่อเหรินลุกขึ้นทันที
“ชื่อจื่อได้ยินว่าท่านป่วยหลายวัน จึงมาเยี่ยม แต่ท่านบังเอิญไปวัด
ว่านอันเสียก่อน”
มาเยี่ยมหรือ…มาเยี่ยมใครกันแน่? จ้าวเข่อหรันหัวเราะเย็นในใจ แต่ ใบหน้ากลับเปี่ยมด้วยความปลาบปลื้มขวยเขิน นางย่อกายคํานับเล็กน้อย
“ขอบพระคุณชื่อจื่อที่เป็นห่วง บัดนี้ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะ”
ในดวงตาหลินซีหร่านวูบหนึ่งฉายแววรังเกียจและเย็นชา แม้จะเลือน
หายรวดเร็ว แต่จ้าวเย่อหรันจับได้ชัดเจน
“เจ้าหายดีแล้วก็ดี”
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณในความเมตตาของชื่อจื่อ”
นางตอบอย่างอ่อนหวาน เขาไม่ชอบนาง เรื่องนี้ชัดเจน เพียงแต่ สัญญาหมั้นหมายไม่อาจล้มเลิกง่ายดาย
“เอาล่ะ อย่ายืนคุยกันเลย มานั่งก่อนเถิด”
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยแทรกอย่างน่ารักสดใส แท้จริง