ลิ้นเลียงนั้น เด็กสาวในชุดอาภรณ์สีน้ําเงินก็พุ่งเข้ามา คว้าปิ่นไม้ในมือ จ้าวเย่อหรันไปอย่างไม่เกรงใจ ถัดมา หญิงสาวในชุดแพรบางสีเหลืองอ่อนก็ ปรากฏกายตามหลัง นางงดงามจับตา คิ้วเรียวอ่อนโค้ง ดวงตาอัลมอนด์ วาวประหนึ่งหยดน้ําใส ขนตางอนยาวดุจพัด ผิวขาวเนียนดังหิมะแรก เหมันต์ จมูกเล็กได้รูป ริมฝีปากชมพูระเรื่อแตะแป้งบางเบา เรือนร่างภายใต้
ผ้าแพรสีเหลืองอ่อนอ่อนช้อยงดงาม
กล่าวได้ว่า โฉมสะคราญผู้นี้มิได้ด้อยไปกว่าจ้าวเย่อเหริน ผู้ได้รับ ฉายา “หนึ่งในสี่สาวงามแห่งเมืองหลวง” เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เสน่ห์ต่าง กัน จ้าวเย่อเหรินนั้นสว่างสดใสดั่งแสงตะวัน ส่วนหญิงตรงหน้ากลับสูงศักดิ์ สง่า ดั่งดอกโบตั๋นกลางสวนหลวง น่าเสียดาย… แววตาที่ฉายแววครอบครอง และแย่งชิง กลับทําลายความงามนั้นเสียสิ้น เห็นชัดว่าคนที่เอ่ยปากขอปิ่น เมื่อครู่ ก็คือนาง
“พวกเจ้าหาเช่นนี้ได้อย่างไร!”
หลงเอ๋อร์โกรธจัด เมื่อเห็นปืนในมือคุณหนูถูกฉวยไป
“คุณหนูของบ้าดูไว้ก่อน เหตุใดจึงแย่งไปเช่นนี้!”
สาวใช้อาภรณ์สีน้ําเงินไม่ยอมอ่อนข้อ
“พูดอะไรเล่า ปิ่นนี้มีชื่อคุณหนูเจ้าสลักไว้หรือ? อีกอย่าง พวกเจ้ายังมี ได้จ่ายเงิน แล้วเหตุใดพวกเราจะซื้อไม่ได้?”
“เจ้า!”
หลงเอ๋อร์หน้าร้อนผ่าว พูดไม่ออก
“เจ้าทําไม? ข้าพูดผิดตรงไหน?”
สาวใช้อาภรณ์สีน้ําเงิน ยิ่งทําท่าเยาะเย้ย หลงเอ๋อร์เดือดดาลจนแทบ
ระเบิด ยังคิดจะเถียงต่อ
“พอเถิด หลงเอ๋อร์”
จ้าวเย่อหรันเอ่ยเ