มู่เฉียนซีกล่าวอย่างนิ่งสงบว่า “เจ้าโลหิตแห่งขุมนรกสีโลหิตก็เคยเคลื่อนกำลังเสริมมาก่อน เพราะข้าเคยเห็นมาก่อน ฉะนั้นข้าย่อมต้องรู้อยู่แล้ว รีบลงมือสิ มิเช่นนั้นเจ้าจะได้ลิ้ มรสชาติที่เจ็บปวดยิ่งกว่านี้”
คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะสามารถบีบให้เจ้าโลหิตเรียกกำลังเสริมมาได้ และตอนนี้ยังสามารถปลุกปั่นพวกเขาขุมนรกอสูรได้อีกด้วย
หรือจะกล่าวได้ว่า กำลังเสริมก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเช่นกัน
เว้นแต่ว่านายท่านเจ้าครองเรือนจำจะมาด้วยตนเอง แต่ทว่านายท่านเจ้าครองเรือนจำจะมาสนใจความเป็นความตายของพวกเขาได้อย่างไรกัน
“เร็วเข้า อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“ได้! ข้าจะทำ!”
และเมื่อราชาอสูรขอความช่วยเหลือ กองกำลังเสริมก็ได้มาถึงอย่างรวดเร็ว
“ที่ขุมนรกอสูรของพวกเจ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น? คิดไม่ถึงเลยว่าจะขอความช่วยเหลือไปถึงเรือนจำปีศาจแห่งความมืดเช่นนี้?” มีเสียงหนึ่งดังมาจากท้องฟ้า ตามมาด้วยการปรากฏตัวของคนอีกสอง สามคน
พวกเขามองไปยังสนามศิลาที่เละตุ้มเป๊ะจนมองสถาพเดิมไม่ออกแห่งนั้น
และทันใดนั้น พวกเขาก็สบตาเข้ากับดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกคู่หนึ่ง ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกขนลุกขนพองจนอยากที่จะวิ่งหนีเลยทีเดียว