ภายในมิติอันมืดมิด ผิวหนังนั้นร้อนระอุราวกับโดนเพลิงนรกแผดเผาก็มิปาน
มีทั้งความอันตราย ความตึงเครียด นอกจากนี้ยังมีการพัวพันกันอย่างยากที่จะแยกออกได้อีกด้วย
เส้นประสาททุกเส้นของมู่เฉียนซีกำลังสั่นเทา และนางก็ได้ทิ้งรอยเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้บนร่างกายของจิ่วเยี่ย
ยาที่นางเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย และประโยชน์ของพลังแห่งชีวิตในเวลานี้ก็มีเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น
มิติที่มืดมิดแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังคำสาปที่ยิ่งใหญ่จนทำให้คนหายใจไม่ออก นางยังคงเชื่อว่าจิ่วเยี่ยไม่มีทางพ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดายแน่นอน
ไม่มีทางแพ้แน่!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่ตอนนี้พลังอันน่าสะพรึงกลัวทั้งหมดนั้นได้ถูกจิ่วเยี่ยเก็บคืนไปจนหมดแล้ว
จุมพิตอันอบอุ่นได้ประทับลงไปแก้มของมู่เฉียนซี หลังจากนั้นก็มีเสียงอันแหบพร่าดังขึ้นมาว่า “ซี ไม่เป็นไรแล้ว!”
มู่เฉียนซีใช้แขนเกี่ยวคอของเขา และจุมพิตไปที่เขาอย่างอ่อนโยน
มีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมู่เฉียนซี “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว จิ่วเยี่ยของข้าจะยอมแพ้ไปทั้งอย่างนั้นได้อย่างไรกัน”
“อื้ม! ข้าเป็นของซี!” แม้ว่าพลังคำสาปนั้นจะหยุดลงแล้ว แต่เมื่อถูกมู่เฉียนซีหยอกล้อเช่