างโกรธเกรี้ยวว่า “ดี พวกเจ้านี่ช่างดีจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าทรยศข้า คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะกล้าทรยศข้า!”
เสียงของอสนีบาตที่น่าสะพรึงกลัวดังก้องออกมา และความวิปลาศที่เกิดขึ้นในซากโบราณสถานแห่งนี้ ก็ทำให้สีหน้าของอ๋องแห่งคุกอสูรเปลี่ยนไปอย่างมาก เขากล่าวอย่างรีบร้อนว่า “ถอย ! รีบถอยเดี๋ยวนี้!”
จื่อโยวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ตายมาหลายปีแล้วยังคิดที่จะมาสู้กับข้าอีกหรือ ช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!”
อ๋องอัคคีเหลยถิงผู้นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจื่อโยวเลย เขาและมู่เฉียนซีร่วมมือกันเพื่อปราบจิตวิญญาณของอ๋องอัคคีเหลยถิงผู้นี้ “ข้าคืออ๋องที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนนรก แข็งแก กร่งที่สุด…”
นึ่คือความหมกมุ่นของอ๋องอัคคีเหลยถิง ที่แม้ว่าจะตายไปแล้วก็ยังไม่อาจปล่อยวางได้
“พรูดดด! อ๋องที่แข็งแกร่งที่สุดหรือ ชีวิตนี้ของเจ้าไม่มีทางได้เป็นหรอก” จื่อโยวกล่าวพลางยิ้มเยาะ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าอยากจะแก้แค้น ก็จงไปแก้แค้นเสียเถอะ! ตอนนี้เขาไม่ใช่คนที่จะสู้พวกเจ้าได้แล้ว”
“ขอบคุณมากขอรับ”
“ไล่ตามไป!” ถึงพวกของอ๋องแห่งคุกอสูรจะหนีไปก่อนแล้ว แต่มู่เฉียนซีก็ไม่อยากจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ อยู่ดี
“ขอรับ!”
หวงอู๋ไห่