ประตูบานนี้ แต่ทว่าที่นี่เ เต็มไปด้วยพลังอสนีบาตของข้า ขอเพียงพวกเจ้าสามารถสกัดกั้นพลังอสนีบาตของข้าได้ โอกาสนั้นก็จะตกเป็นของพวกเจ้าเอง”
หลังจากนั้นประตูบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของพวกเขา ดูเหมือนว่าอ๋องอัคคีเหลยถิงผู้นี้จะพูดง่ายไปหน่อยแล้ว มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ทุกคน จงรออยู่ที่นี่! หากมีอันตราย ต้องรีบถ ถอยทันที จื่อโยว เจ้าอยากจะลองไปหาโอกาสเป็นเพื่อนข้าหรือไม่? เจ้ากล้าหรือเปล่า?”
จื่อโยวกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มีอะไรที่ไม่กล้ากันล่ะ?”
คนที่มาคราวนี้ไม่ใช่คนโง่เขลา และไม่ใช่คนสายตาสั้นที่ไม่เคยเห็นสมบัติมาก่อน ดังนั้นหลังจากที่ได้ยินคำพูดของอ๋องอัคคีเหลยถิงจึงไม่ได้กระโจนเข้าใส่อย่างหุนหันพลันแล่นจนเกินไป
อ๋องคุกอสูรกล่าวว่า “ฝ่าบาทอู๋ไห่ หรือว่าท่านจะรออยู่ข้างนอกนี่ดี ข้าจะพาคนเข้าไปลองดูก่อน เพื่อไม่ให้ท่านต้องตกอยู่ในอันตราย”
หวงอู๋ไห่กล่าวว่า “คนที่ข้าพามาสามารถปกป้องข้าจากอันตรายได้ ที่เจ้าอยากจะไปเองคงไม่ได้อยากจะฮุบเอาไว้เพียงคนเดียวหรอกใช่หรือไม่?”
“หากฝ่าบาทของพวกเราต้องการจะเข้าไป เช่นนั้นก็เข้าไปกันเถอะ!”
“ตกลง”
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นพันธมิตรกัน แต่ก็ไม่สามารถเชื่อมั่นในอีกฝ่ายได้อ