นัก หากเป็นหวงจิ่วเยี่ยมายังพอว่าไปอย่าง” อ๋องแห่งคุกอส สูรกล่าวอย่างหยิ่งผยองเป็นอย่างมาก
จื่อโยวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เจ้าก็ลองดูสิ!”
ตูมมม!
พลังอันน่าอัศจรรย์ได้ระเบิดขึ้นไปในอากาศ อ๋องทั้งสองเริ่มต่อสู้กัน และคนอื่น ๆ ก็เริ่มต่อสู้ด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โชคดีที่พวกเรามาทันเวลา ฆ่ามัน!” มิเช่นนั้นลูกน้องส่วนใหญ่ของนาง จะต้องมาตายอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
กองกำลังทั้งสองเข้าปะทะกัน และกลุ่มคนของคุกอสูรกลุ่มนี้ก็ลำบากขึ้นมาทันที เพราะเมื่อไม่มีคนระดับอ๋องคอยคุกคาม กองกำลังของเมืองหนามโลหิตก็เริ่มสังหารทุกคนอย่างไม่ไว้หน้า
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานไปถึงข้างกายของอวิ๋นจื่อ นางกล่าว “ในฐานะที่เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ เจ้ากลับไม่ยอมที่อยู่เมืองดี ๆ แต่ดันมาเข้าร่วมสงครามเสียอย่างนั้น!”
“นี่เจ้ากำลังดูถูกพลังในการต่อสู้ของพืชศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?” อวิ๋นจื่อกล่าวอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย
“ข้าก็แค่อยากปกป้องของหายากต่างหาก นักปรุงยาทุกคนล้วนมีจุดอ่อนเรื่องนี้กันทั้งนั้นแหละ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“หลังจากที่ร่างแยกของฝูเซิงระเบิดตนเอง ร่างหลักของเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อพลัง