หลังจากส่งจ้าวเย่อเหรินกลับไป หลงเอ๋อร์เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตูเข้า
มา ก็เห็นใบหน้าของจ้าวเย่อหวั่นหม่นหมองดุจเมมครึ้มก่อนพายุ ใจหายวาบ จนสะดุ้ง
“คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ? ไม่สบายหรือไม่ จะให้บ่าวไปเชิญหมอ หรือไม่เจ้าคะ?”
หลงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“หลงเอ๋อร์…”
จ้าวเข่อหรันเอนกายพิงหัวเตียง สายตาลึกซึ้งจับจ้องเด็กสาวตรง
หน้า ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
&
메
Y เส็ดบี
dda
Y INI
Id
“ตั้งใจฟังคําที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ให้ดี ที่นี่คือจวนไท่ซือ ตระกูลใหญ่มี
หน้ามีตา เมื่อครู่เย่อเหรินมาเยี่ยม เจ้าว่านางดีกับข้า ใช่หรือไม่? แต่เจ้าเคย คิดหรือไม่ ว่าความดีนั้นจริงแท้ หรือเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง?”
ปีกแมลง”
“คุณหนู…”
หลงเอ๋อร์ตะลึงงัน นางไม่เคยคิดว่าคุณหนูจะตรัสถ้อยคําเช่นนี้ “ในตระกูลใหญ่เช่นนี้ สายใยเลือดเนื้อ บางครั้งก็เบาหวิวเสียยิ่งกว่า
จ้าวเย่อหรันเอ่ยช้า ๆ น้ําเสียงเจือความเหน็บหนาว
“สิ่งที่ตาเห็น หูได้ยิน อาจมิใช่ความจริง ความจริงมักถูกฝังลึกจน แทบไม่มีผู้ใดยุดพบ ในจวนนี้ มิใช่ทุกคนจะจริงใจกับเจ้าได้ ตั้งแต่วันนี้เป็น ต้นไป เจ้าต้องเรียนรู้แยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือความจริงใจ อะไรคือรอยยิ้มที่ ซ่อนเขี้ยว”
ต้นไป เจ้าต้องเรียนรู้แยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือความจริงใจ อะไรคือรอยยิ้มที่ ซ่อนเขี้ยว”
“คุณหนูหมายความว่า…”
หลงเอ๋อ ยังคงงุนงง
“ปกติเย่อเหรินดีกับข้า ใช่หรือไม่? แต่เจ้ารู้หรือไม่ เหตุที่ย้าต