“ใครกัน?” เจ้าโลหิตกล่าวอย่างโกรธเคือง
ฝูเซิงก็สัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณที่ทรงพลังนั้นเช่นกัน นอกจากนี้ยังคุ้นเคยมากอีกด้วย และมันก็คือมู่เฉียนซีนั่นเอง
คิดไม่ถึงเลยว่านางจะกล้าลงมือในเวลาเช่นนี้ นอกจากนี้ยังลงมือโจมตีเจ้าโลหิตโดยตรง ช่างอันตรายจริงๆ
หลังจากนั้นฝูเซิงก็พุ่งทะยายไปทางมู่เฉียนซีด้วยความเร็วที่รวดเร็วที่สุด
“ตูมมม!” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว และมู่เฉียนซีก็ไม่ได้ปล่อยให้ฝูเซิงขวางการโจมตีของเจ้าโลหิตให้นาง
ลำแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน และการโจมตีของเจ้าโลหิตก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้ อีกทั้งมันยังถูกสะท้อนกลับอีกด้วย
เมื่อมู่เฉียนซีพยายามอย่างเต็มที่จนแข็งแกร่งขึ้น สุ่ยจิงอิ๋งเองก็ฟื้นพลังของนางได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เพียงพอที่จะทำลายผนึกของมิตินรกอันน่าอึดอัดเช่นนี้ได้ แต่หากเป็นการช่วยสกัดกั้นการโจมตีให้ซีเอ้อร์ก็ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
“ตึงง!” ร่างของเจ้าโลหิตถูกสะท้อนจนลอยกระเด็นออกไป
เขามองไปทางมู่เฉียนซีด้วยความตื่นตกใจพลางกล่าวว่า “เจ้าก็คือสตรีที่อู๋หยาต้องการฆ่าคนนั้น ในตัวของเจ้ามีเศษเสี้ยวผู้พิทักษ์นิรันดร์อยู่ มิแปลกใจเลยที่เจ้ามีพลังจิตวิญญาณ