ายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว!
“อื้ม!”
หลังจากที่มันดูดซับยาทั้งหมดไปแล้ว ร่างของมันก็ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยลำแสงสีแดงสด
ตอนนี้มู่เฉียนซีจึงพุ่งทะยานออกไปแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าว่างพอที่จะมาสู้กับเจ้าแล้ว จื่อเวย”
“พวกเจ้าทั้งหมดจงถอยออกไปจากที่นี่ซะ ออกไปให้ไกลได้เท่าไรยิ่งดี ไปเร็ว!” มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกของฉางเฟย
จื่อเวยกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว เพราะหนามโลหิตนั่นของเจ้า คาดว่าน่าจะไม่มีทางเลื่อนขั้นมาช่วยเจ้าได้แน่นอน! การที่เจ้าจะฝืนบังคับให้พืชกลายพันธุ์ ระดับห้าดาวตัวหนึ่งเลื่อนขั้นเป็นระดับเจ็ดดาวได้ภายในเวลาอันสั้น มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว”
ตอนนี้จื่อเวยได้รับบาดเจ็บ และหากเผชิญหน้ากับมู่เฉียนซีเขาก็ต้องเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้จื่อเวยรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะตอนที่อยู่คุกโลหิตก่อนหน้านี้ มู่เฉียนซีถือว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้เนื่องจากไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ จึงทำให้พลังในการต่อสู้ของมู่เฉียนซีเหนือกว่าเขา
แต่แล้วมันอย่างไรล่ะ? คนที่ถูกกำหนดมาให้ต้องตาย ก็จะต้องตายอย่าง